Climate Change ความเป็นจริงของโลกร้อน จากปากของenvironmental science graduate และอีกปากของ ปล.
posted on 15 Oct 2009 16:55 by songsage
ตั้งแต่มาถึงมหาลัยนี้ ก็ได้เจอคนประหลาดๆมากมาย อย่างเช่นพวกที่เรียนด็อกเตอร์ตอนอายุยี่สิบกว่า สามสิบกว่า สิบเจ็ดขวบ (เหวอ) ในบรรดามนุษย์ประหลาดเหล่านั้น(เหล่าที่คุยไปต้องโยกไปด้วยส่ายหัวไกว่แขนไปด้วย) มีอยู่คนหนึ่งที่คุยกันได้ยาวที่สุด
ตาคนนี้เราไปเจอที่งานเล่นเกมเพื่อให้นักเรียนต่างชาติได้เจอกับนักเรียนเมกันก่อนเข้าเรียน เลยเจอทั้งเยอรมันญี่ปุ่นฟิลิปปินส์ศรีลังกาและคนที่จะเล่าถึงต่อไปนี้ก็เป็นคนอเมริกัน
ชื่อพี่แกคือEdward น่าเสียดายที่แกอยู่ในโลกวิชาการเกินเลยไม่ได้อ่านTwilight ไม่ว่าพวกเราจะล้อมุกเบลล่ามุกทีมเอ็ดเวิร์ดไปพี่แกก็ไม่เก็ท (สุดท้ายก็ขำกันเองก๊ากกกกกก เลว)
แกเรียนenvironmental science ถ้าถามว่าแกเก่งแค่ไหน ตูก็ไม่รู้ฟ่ะ โง่วิทย์ แต่แกสามารถบอกชื่อเมืองหลวงของทุกประเทศได้ = =;;; คือไม่ได้ตอบเดี๋ยวใดเดี๋ยวนั้น แต่พี่แกจะเข้าสู่tranceนิดๆเหม่อไปหน่อยๆ ประหนึ่งว่าในหัวมีสายdial up 56kต่อกับinternetเข้าวิกิพีเดียไปค้นหาคำตอบมาให้ เลยทีเดียว
(บ้าจี้ถามประเทศลิธัวเนียไป อ่า ตอบไรมาตูก็ไม่รู้ว่ามันถูกหรือเปล่าหรอกนะก๊ากกกกกกกกกกกกก ขอโทษที่ถามง่ะ ก็อยากลองภูมิ)
ในฐานะที่บ้านทำถุง และรู้สึกguiltyมาตลอดชีวิต(จริงๆไม่ใช่หน้าที่ของชั้นเลยนะยะที่จะมาguilty ถ้าไม่มีกำลังซื้อก็ไม่ผลิตแต่แรกอะ แถมพัฒนาเป็นปีๆ ตอนนี้ได้ถุงที่ย่อยสลายได้แบบจริงจังแล้วอะ ของเมกาสิบสองถุง เจ็ดเหรียญ ของเราสิบสองถุงสองบาทอะ แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้มากกว่านี้เพราะตูก็โง่เลขด้วยโง่วิทย์ด้วย ไม่ค่อยรู้เรื่องก๊ากกกกกกกกกกกก ไม่ต้องมาเลิกซื้อถุงบ้านตูด้วยเพราะไม่ได้ทำส่งไทยเลย)
สรุปนอกเรื่องไปไหน(วะ)คะ ก๊ากกกกกกก กลับมาๆ อินจัดไปหน่อย
ต่อไปจะใช้สีชมพู เป็นคำถามที่ดิฉัน(และเพื่อนๆ)ระดมยิงถามเอ็ดเวิร์ดไป
ส่วนสีฟ้า คือที่เอ็ดเวิร์ดตอบกลับมา
ไหนๆก็ เป็นเหยื่อแล้ว ดิฉันและเพื่อนๆต่างมีคำถามหมกมุ่นฝังแน่นอยู่ในใจตามประสามนุษย์อินเทรนด์ พอแนะนำตัวแล้วหยิบของกินติดมือมาแล้ว เลยขอถามว่า
ที่department of environmental science เนี่ย เค้าเสนอทางไหนกันที่จะแก้โลกร้อน?
แล้วพวกกฎหมายที่ออกมา พวกที่จำกัดก๊าซที่โรงงานปล่อยออกมามันช่วยได้จริงหรือเปล่าอะ? ถามเพราะว่าเป็นที่เถียงกันตลอดว่าถ้าเปลี่ยนระดับCO2อย่างรุนแรงรวดเร็ว โลกมันจะพังเอานะเออ อันนี้ฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งคือเรารู้ๆกันอยู่ว่าต้องลดระดับCO2 ลดก๊าซเรือนกระจก
คือถามedwardว่าฝั่งไหนถูก แล้วที่departmentเค้าว่าไง
พอเบลล่า เอ๊ย ไม่ใช่ ข้าพสู้ถามไปอย่างนั้น คนรอบๆต่างก็ขยับกันเข้ามานิดๆ เพราะใครๆไม่ว่าจากประเทศไหน ก็อยากรู้ทั้งนั้น ว่าคำตอบคืออะไร
คำตอบคือ
ที่คณะเนี่ย แต่ละคน ทุกๆคน โปรเฟสเซอร์ทุกคน เห็นตรงกันว่า ตอบไม่ได้ เพราะแต่ละคนก็มีแนวทางที่ไม่เหมือนกันเลยกันไปซะทุกคน
ส่วนที่ลดระดับก๊าซเรือนกระจกนั้น ลดไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะก๊าซเหล่านั้นอยู่ในชั้นบรรยากาศโลกไปแล้ว สายไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ จากการศึกษาที่ทำอยู่ต่อไปจะมีเฮอร์ริเคนมากขึ้นcoastal lineจะหายไปมากขึ้น they will not feel it until it's too late
เอ็ดเวิร์ดบอกว่า อีกห้าสิบปี เป็นตัวเลขที่ประมาณการว่าถึงจะมีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ถึงตอนนั้นคนอินเดียเป็นล้านจะอดตายไปแล้ว
ถึงจุดนี้คนฟังรอบๆเริ่มซีด เฮ้ย เอ็ดเวิร์ดคะ เบลล่าว่านะ เฮ้ยไม่ใช่ตูไม่ใช่เบลล่า ไอว่ายูพูดจาแบบไม่มีความหวังเลยอะ ?
เอ็ดเวิร์ดซู้ดน้ำลายไปดูดเลือดไป เฮ้ยไม่ใช่ แกดูดโคล่าไปหนึ่งซู้ด แล้วแกบอกว่า ความหวังมันมี ถ้าทุกคนบนโลก พร้อมๆกัน ช่วยโลกพร้อมๆกัน เพราะคนที่ะได้รับผลกระทบ ไม่ใช่คนอเมริกัน แต่เป็นพวกประเทศกำลังพัฒนา
ถึงจุดนี้พวกเราเห็นตรงกันว่าเอ็ดเวิร์ดมันเริ่มเข้าสู่ภวังค์(อีกแล้วว่ะ สงสัยกำลังพิมพ์urlอยู่ในหัว) แกเงียบๆตาลอยๆไปซักพัก ก็พูดออกมาว่า
ประเทศที่จะโดนผลของclimate changeก่อนคือฟิลิปปินส์ อินเดีย ปากีสถาน ทวีปอเมริกาก็จะโดนเหมือนกัน แคลิฟอเนีย เมกซิโก
อันนี้ก็เป็นแน่นอนอยู่แล้ว พวกเราเคยได้ยินมาหมดแล้ว ว่าหลายๆประเทศจะหายไป คนที่จนจะโดนก่อน คนที่รวยจะรอด
ทั้งหมดที่ถอดความมาเนี่ย เป็นภาษาไทยทั้งหมดเพราะจำได้เป็นภาพๆในหัว แต่มีประโยคสองประโยคสุดท้ายเนี่ยแหละที่จำได้ เป็นภาษาอังกฤษ
"But then people can escape to Washington or New York or something..."
ตรงนี้พวกเรายิ้มออกมาหน่อยๆ ก็พี่แกพยายามปล่อยมุก ถึงจะขำไม่ค่อยออกก็เหอะ...
"Well Fye, I guess your country will get hit pretty hard..... which part of bangkok are you from?"
...........
ห่าเอ๊ย จนถึงวันนี้ก็ไม่กล้าตอบว่ะ ถ้ามันเข้าภวังค์แล้วออกมาบอกว่าอ่อนนุชจมแน่กูทำไงวะเนี่ยยยยยย
จบเหอะ
ปล. แค่ปิดไฟปลูกต้นไม้นี่ มันกากว่ะ ขอบอกตรงๆ มีแต่โง่ๆแบบประเทศไทยเท่านั้นแหละที่มัวแต่ทำให้ประชาชนหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า อุ๊ยอย่าลืมปิดไฟ ช่วยโลก อุ๊ย ปลูกต้นไม้ๆๆๆโง่เลยล่ะเพราะปัญหาจริงๆมันอยู่ตรงที่เหล่าคนรวย นายทุน ที่รัฐบาลไม่อยากให้พวกเราเข้าไปแตะ (คนรวยไม่ได้มีแต่ทักษิณ) เลยต้องบ่มเพาะให้ความเชื่องมงายว่า ปิดไฟ ปลูกต้นไม้ช่วยโลกร้อน
เอาจริงๆคือ จุดที่ต้องลดจริงๆคือ consume สิ่งที่พวกเราใช้ ใช้ครั้งหนึ่งครั้งเดียวแล้วเสียไป ถึงจะเสียเงินซื้อมา แล้วบอกว่าเฮ้ยคุ้มๆๆๆ เสื้อon sale ที่พาราก้อน โคตรคุ้ม ตัวละเจ็ดสิบ แต่วิธีการผลิตรู้ไหมว่า
1. พลังงานที่เสียไปในการทำเสื้อ สกรีนลาย มันเอากลับมาไม่ได้ แล้วพลังงานเนี่ย ไม่ใช่เป็นของคนทำเสื้อ เป็นของเราทุกคน ไฟฟ้าที่ใช้ น้ำที่ใช้
2. สกรีนลายใช้น้ำยาอะไร น้ำยาในการทำสี ย้อมสีเสื้อ เค้าใช้ของแบบไหนกัน มันไหลกลับเข้าไปสู่ธรรมชาติแล้วปลาโดนเข้าไปมากๆจะตายไหม (นึกภาพโรงงานสามร้อยแห่งปล่อยของเสียพร้อมๆกันเพื่อทำสี)
3. นึกภาพว่าถ้าเราไม่ซื้อเลย ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะมาซื้อนะ ถ้าทุกคนไม่ซื้อเพิ่ม เค้าก็เลิกทำแล้วเพราะมันเจ๊ง ขาดทุน แทนที่จะทำเสื้อเยอะๆๆๆ ต้องไปหาลู่ทางทำมาหากินอย่างอื่นแทน จริงป่ะ
4. แถมห้างก็ไม่ต้องเปิดไฟด้วย ห้างแบบพารากอนใช้ไฟฟ้ามากกว่าจังหวัดตากทั้งจังหวัดอีกนะจะบอกให้
กลับมาเรื่องนายทุนอีกที สมมติว่าทำสบู่เหลวขาย ถ้านายทุนเจ้าของโรงงานทุกคน รวมหัวกัน ตั้งตัวว่าจะผลิตเฉพาะสบู่ที่ปล่อยสู่น้ำแล้วไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (นึกภาพปลาว่ายในน้ำสบู่สิ ก็มันมีคนตั้งเยอะ แล้วทุกคนก็ล้างมือหลังจากเข้าห้องน้ำอะ) หรือรัฐบาลตั้งกฎว่า เฮ้ย ต่อไปพวกเอ็งผลิตได้แต่สบู่แบบนี้นะ คิดดูว่าจะช่วยโลกได้แค่ไหน
อย่าคิดว่าพลังมวลชนไม่สำคัญ คิดดูว่า ตอนเราเล่นกีฬาสีกัน พอคนมารวมๆกันกดดันแล้วมันพลังมากแค่ไหน ขนาดสนามบินปิดแล้วยังไม่โดนจับเลย(ไม่ใช่ว่าสนับสนุนนะ แต่ยกตัวอย่าง) พอคนรวมตัวกันมากๆแล้วมันเปลี่ยนโลกได้จริงๆนะ ขาดแต่ความฉลาดเท่านั้นแหละ เพราะว่ารัฐบาลน่ะ กำลังบิดเบือนความจริง แล้วเอาอะไรที่มันง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ให้คนเชื่อฟังง่ายๆ มายัดหัวคุณอยู่น่ะ
ปปล. ปัจจุบันยังไม่มีข่าวอัพเดทจากEdward เพราะอยู่คนละคณะ
ปปปล. ตูเปล่าเป็นแฟนทไวไลท์ แต่นึกแล้วมันฮาดี
ปปปปล. เขียนessayไม่ออก นั่งอัพบลอกแทน OTL วันนึงอัพสองเอนทรี่เลยทีเดียว ช่วยไปอ่านเรื่องที่ข้าพเจ้าเจอมาในคลาสวันนี้ด้วยเถิด


#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-10-15 17:29