คำโปรย: 

 (ก๊ากกกกกก มาเป็นใบปิดหนังเลยทีเดียว)

 

คำโปรย:

 

เึคยรู้สึกไหม ว่าทำไม โฆษณาเมืองไทยมันดูไร้สาระ แต่บางทีก็รู้สึกว่า โฆษณาบางอย่างนี่มันก็น่าเบื่อเหลือล้น แต่แล้วก็ร้องไห้ให้โฆษณาไทยประกันชีวิตซะงั้น!

คำตอบอยู่ที่คำ สองคำ

Soft sell

กับ

Hard sell  

 

(หมายเหตุ ดิฉันไม่ได้รับเงินต๋งเงินเบี้ยจากค่าเขียนบทความนี้แต่อย่างใดจากไทยประกันชีวิตหรือจากโออิชิก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ!)

 (หมายเหตุของหมายเหตุ ดิฉันพยายามทำเหมือนโปรโมตหนังเพราะออสการ์เพิ่งจบไปค่ะ แถอย่างนี้เวิร์คมั้ยคะเนี่ย ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก)

 

 

เข้าบล็อกหมอแมวแล้วได้เจอคำว่าHard sell เลยสงสัยว่า คำว่าHard sellภาษาไทยเค้าแปลไว้ว่าอะไรกัน เผื่อจะเอามาใช้ได้บ้าง ไม่ต้องทับศัพท์ อยากรู้มากๆว่าจะแปลว่า ขายยาก หรือเปล่า (ก๊ากกกกก ซับนรกได้อีกกกกกกก)

 

เลยไปเปิดDictionary อังกฤษไทย โดยค้นพบว่า

 

Soft sell ถ้าเปิด Dictionary ไทยอังกฤษ จะได้ว่า  soft sell [SL] การเกลี้ยกล่อมเพื่อขายของ

Hard sell จะแปลว่า hard sell [N] การขายของแบบยัดเยียด (คำไม่เป็นทางการ)

 

 อ๋อออออออออออ

 

จบแล้ว กดpublish เชิญคอมเมนท์ได้

 

 

 

 

..... ใช่ที่ไหนเล่าว้อย *ล้มโต๊ะ* 

 

Soft sellเนี่ย อันที่จริงแล้ว ไม่ใช่การเกลี้ยกล่อมแบบที่เราเข้าใจกัน Hard sell ก็ไม่ได้เป็นการยัดเยียดแบบที่เข้าใจกันด้วยล่ะนะ ถ้าเราคิดไปถึงสังคม Soft sell กับ Hard sell บอกได้เลยล่ะว่าสังคมนั้นๆเป็นอย่างไร

หน้าตาของโปรเฟสเซอร์ Frank R. Karde ผู้ริเริ่มใช้คำว่าSoft sell และ Hard sell 

 จบแล้ว คอมเมนต์ได้ 

(ไม่ถูกทางแล้วว้อยยยยยย แล้วหน้าแม่งจะดูไปทำไมวะคะ)

 

 

 คือดิฉันรู้แหละว่าSoft sell Hard sellจริงๆแล้วมันเป็นยังไง แต่ดิฉันจะไม่บอก ดิฉันจะบอกว่าโฆษณาที่ใช้Soft sell มันเป็นยังไง  (อึ้งล่ะสิ ก๊ากกกกกกก อ่านต่อๆ)

โฆษณาที่ใช้Soft sell จะออกมา ร้องเพลง เต้นๆ โลกนี้ช่างสดใสงดงามช่างมีความสุข ลัลล้า สีชมพูสีขาว สีฟ้า อ๊าง สดใส เต้นระบำๆ หมุนไปมา กระโปรงสุ่มหมุนแล้วกลายเป็นวงกลม อา โลกสดใส ดูแล้วสบายใจจัง
จุดสำคัญคือ คนดูรู้สึก
บางสำนักออกมาบอกว่า Soft sellคือโฆษณาที่ทำให้คนดูรู้สึกรำคาญน้อยกว่า

โฆษณาที่ใชHard sell จะออกมา บอกว่าผลิตภัณท์นี้ทำด้วยวัสดุสีเหลืองสะท้อนแสดงยอดเยี่ยมยอดเยี่ยมด้วย อานุภาพโมเลกุลชนิดสูง ขจัดคราบทำความสะอาดง่ายถ่ายคล่อง มีคนที่ใช้แล้วออกมาบอกด้วยว่าแจ่มมากครับ(ในใจคือดูผมสิครับทำแบบผมสิ) ยังเสริมอีกว่าอีตัวนี้มีระบบABS แถมรับประกันคุณภาพสามปี คนอื่นที่้ไม่ยอมใช้ตัวนี้ถึงขั้นเสียเงินเสียดายเวลาเสียโอกาสแถมมีปัญหามากมายเวลาไม่มีตัวนี้
จุดสำคัญคือ คนดูคิดตาม

Soft sell ตั้งใจให้คนดูรู้สึกไปกับสิ่งนั้นแล้วซื้อ
Hard sell ตั้งใจให้คนดูคิดพิจารณาตามแล้วคล้อยตามแล้วซื้อ

 

ไม่ได้แปลว่า Soft sell คนดูโง่กว่า คนดูไม่คิด หรือ Hard sell คนดูฉลาด คนดูจะคิด ไม่ใช่นะ 

 

Soft sell นิยมใช้ในประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)เช่นญี่ปุ่น ที่มีวัฒนธรรมมาพันกว่าปีแล้ว หรืออินเดียที่แน่นอนว่าย้อนรอยไปได้เป็นพันปีเช่นกัน หรือประเทศทางกลุ่มอาหรับที่วัฒนธรรมและศาสนาเกี่ยวพันกันและอยู่มานานหลายพันปีแล้ว

วัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)ชอบมีเรื่องที่"รู้ๆกันอยู่" 
วัฒนธรรมในประเทศเหล่านี้ มีประเพณีและค่าความเชื่อที่คนในสังคมเค้า"รู้ๆกันอยู่" ในประเทศเหล่านี้มีกฎหรือความเชื่อที่ไม่ต้องพูดก็รู้กันอยู่ เช่น เรื่องระบบอาวุโส เรื่องการวางตนในที่สาธารณะ เป็นต้น ถ้าจะให้เห็นภาพ มีบางโจ๊ก มุกบางมุกที่ยังไง๊ยังไงฝรั่งก็ไม่เก็ท เด็กไทยที่โตมาเมืองนอกก็ไม่ขำ (เคยเจอมั้ย? ต้องเคยเจอแน่เลย แต่แบบลืมๆไป อย่างมุกพวกเล่นคำ เช่น มะนาวอะไรอยู่ในอวกาศ มะนาวต่างดุ๊ด มะนุดต่างดาว ต่อให้ฝรั่งเรียนภาษาไทยมันก็ไม่ขำอะ ต้องอธิบาย ยาวๆ เข้าใจเปล่า แต่คนไทยพอเฉลยก็เก็ท เข้าใจฮา(หรือโมโห) เวลามีอะไรแบบนี้ในสังคม เป็นว่าสังคมนั้นมีวัฒนธรรมหนาแน่นมาก)

วัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)ชอบมีเรื่องสุภาษิต
ประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่นมากชอบมีแบบ proverbหรือสุภาษิต ที่คนในประเทศเข้าใจกันเอง(ด้วยโรงเรียนสอนหรือทีวีใช้หรือคนอื่นๆใช้และนิยมใช้กันโดยไม่รู้ตัวเพราะว่าเป็นวัฒนธรรม) เช่น ในภาษาอาหรับ เค้าจะพูดกันว่า الأيام دول ถ้าแปลตรงๆตามภาษาศาสตร์เป๊ะ มันแปลได้ว่า "วันคือประเทศ" เดี๋ยวก่อนเลย อย่าเพิ่งงง อย่าเพิ่งถาม ไอ้ที่คุณงงเนี่ย เป็นเพราะว่าประเทศอาหรับทั้งหลายเนี่ย เค้าเป็นวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture) คือเค้ามีความเชื่อและวัฒนธรรม พวกเค้ามีความเชื่อที่"รู้ๆกันอยู่" มันเป็นความเชื่อที่สังคมโดยรวมเข้าใจแบบไม่ต้องอธิบายมากความเลย ที่ดิฉันกำลังอธิบายอยู่ตอนนี้เพราะว่าพวกเราไม่ได้มาจากวัฒนธรรมเดียวกันเลยต้องอธิบาย ถ้าเป็นคนอาหรับ คือคนที่โตมาในวัฒนธรรมอาราบิค เช่น นาย ก.  นายก.เดินออกไปนอกบ้าน เจอคนพูดใส่ว่า الأيام دول (โอ้ยeเจ็ดเป็ดดิฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแหละค่ะว่ามันอ่านว่าอะไรแต่มันเป็นอันเนี่ยอะ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) เอาเป็นว่า ถ้านายก.เจอคนพูดใส่ว่า วันคือประเทศ! นายก.จะเข้าใจทันที
แต่ในเมื่อดิฉันมาจาก วัฒนธรรมที่ต่างออกไป ดิฉันเลยต้องเปิดwikipedia ซึ่งความหมายของ الأيام دول "วันคือประเทศ" ก็คือ สุภาษิตนี้ความหมายคือ วันเนี่ยเหมือนประเทศ วันนี้ประเทศยิ่งใหญ่ พรุ่งนี้ประเทศไม่ยิ่งใหญ่แล้ว คนเราเองก็เหมือนกัน วันนี้อาจจะโชคดี พรุ่งนี้ไม่มีใครรู้
แม่ง อธิบายยาวเยียดขนาดนี้ คนอาหรับมันคงหลีกเลี่ยงไม่พูดใส่แน่นอน เพราะมันคงเซ็งดิฉันและพวกคุณไปก่อน ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

Soft sell นิยมใช้ในประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)มีเรื่องหลายเรื่องที่ไม่ต้องพูดก็ได้เพราะรู้ๆกันอยู่ ดังนั้นแล้ว พอขายของ "ความรู้สึก" จะเข้าถึงคนดูได้ดีกว่า การอธิบาย

 

 

 

Hard sell นิยมใช้ ในประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่น้อย(Low context culture)คือประเทศที่เกิดใหม่หรือประเทศที่รวมหลายๆวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมัน ประเทศเหล่านี้มีวัฒนธรรมที่หนาแน่นน้อยกว่า เช่นอเมริกาเพิ่งจะมีมา200กว่าปีเองง่ะ
วัฒนธรรมหนาแน่น้อย(Low context culture)ต้องการคำอธิบาย
ในประเทศเหล่านี้ ไอ้เรื่อง "รู้ๆกันอยู่" เนี่ย มันน้อยกว่ามาก ดังนั้นจึงต้องอธิบาย อธิบาย อธิบาย จะเห็นได้ว่าประเทศเหล่านี้เลยพึ่งพากฎหมายมากๆในการทำให้สังคมอยู่ได้ แต่ประเทศทีวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)จะมีกฎหมายที่ไม่ได้พูดอยู่แล้วและสำคัญกว่าด้วย แต่กลับมาที่ประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่นน้อย(Low context culture)
วัฒนธรรมหนาแน่น้อย(Low context culture)มีเรื่องที่รู้ๆกันอยู่เหมือนกันแต่ไม่ใช่เพราะวัฒนธรรมแต่เป็นเรื่องรู้ๆกันเพราะเป็นมนุษย์
ประเทศนี้มุกตลกเค้าจะออกแนว สถานการณ์พาไป ทำให้ยังไง๊ยังไงมันก็ฮาเช่นเพราะกระอั่กกระอ่วนใจ หรือมุกเกี่ยวกับชีวิตอันที่ใครๆก็เข้าใจกัน เช่น คนอ้วนก้มเก็บส้อมไม่ถึงแล้วฮา เป็นต้น เรื่องที่คนนึงเข้าใจ แต่อีกคนอาจจะเข้าใจน้อยกว่ามากๆ เช่น ในอเมริกา จะทำยังไงให้ทั้งคนอเมริกันผิวขาวชอบแต่ในขณะเดียวกันคนอเมริกันผิวดำก็พอจะชอบด้วย ก็ต้องใช้อะไรที่มันอธิบายได้ ใช้เหตุผล เพราะว่าวัฒนธรรมมันหลอมรวมกันมากกว่าที่จะเป็นวัฒนธรรมหนาแน่นอย่างเดียวกัน ดังนั้นแล้วในประเทศแนวนี้ การใช้หลักการเป็นเหตุเป็นผล และคำอธิบายจึงเข้าถึงคนดูมากกว่า

สรุปคือ

Soft sell ความรู้สึก ไม่อธิบายมาก นิยมใช้ที่ วัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture) เช่น ญี่ปุ่น

Hard sell ความคิด อธิบายบ้าง-อธิบายมาก นิยมใช้ที่ วัฒนธรรมหนาแน่น้อย(Low context culture) เช่น อเมริกา

 

((ถึงจะนิยมใช้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอเมริกาเป็น Low context cultureเลยใช้แต่ Hard sell ไม่ใช่นะ ก็มีปนๆกัน แต่ค้นพบกันว่าHard sellได้ผลมากกว่า เลยมีโฆษณาแบบHard sell มากกว่า โฆษณาที่ใช้Hard sell ไม่ใช่ว่าจะน่าเบื่อนะ บางอันก็ตลกแล้วสอดแทรกไอเดีย หรือสอดแทรกรายละเอียดของผลิตภัณท์ไว้ได้อย่างแนบเนียน))

 

ถึงตรงนี้ ไม่รู้ว่าจะเห็นความต่างหรือกันยัง ถ้ายังไม่เห็นไม่เป็นไร ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้

 

 

 

เจ้านี่ไปโผล่เป็นพาโรดี้สารพัด จริงๆแล้วเป็นโฆษณาเสื้อผ้าผู้ชาย  


แปลก่อน ตอนเริ่มแรกก็เป็นเด็กผู้ชายมาเต้นๆ ใครไม่รู้จัก จะไม่เข้าใจว่านี่คือหนุ่มหล่อจากวงนิวส์ มาเต้นทีละคน ตอนจบเป็นเสียงบอกว่า何系でもないRuss-kถ้าจะแปลไทยก็คงจะประมาณ "ไม่มีกฎทั้งนั้น รัสเค"

 

พอจะบอกได้หรือยังว่าเป็น Soft sell หรือ Hard sell?

 

 

 ถ้ายัง อ่านคำใบ้

- ไม่มีการบอกว่าดีอย่างไร แทบจะไม่บอกด้วยซ้ำว่าขายอะไร แต่เดาเอาไว้แล้วว่า "รู้ๆกันอยู่" ใช้ความที่ญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture) ใช้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำโฆษณาให้รู้สึกสนุกเวลาดู
- สนุกตรงนี้หมายถึงดูเต้นเพลินดี ไม่มียัดเยียดใดๆทั้งนั้น
- ใช้เพลง และการเต้น มากกว่าการพูดอธิบายอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

เฉลย

เป็นSoft sellอย่้างภาคภูมิใจ ฮา 

 

 

 

อาจจะงงๆกันว่าเสื้อผ้า ถ้าจะทำเป็นHard sellจะทำยังไงฟร่ะ? ลองดูตัวอย่างนี้

เสื้อความร้อนของแบรนด์ญี่ปุ่นที่ชื่อUniqlo

Soft sell หรือ Hard Sell เอ่ย?

 

 

 

 

จะอธิบายแล้วนะ 

-เอาคนที่ใส่แล้วมาบอกความรู้สึก(จะรู้สึกจริงไม่จริงก็ตาม แต่จุดประสงค์ของคนทำคือ มีคำอ้างอิงได้)
-เน้นคำว่าเทคโนโลยี
-โฆษณาตัวนี้ไม่น่ารำคาญเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เอนเตอร์เทนจ๋าถึงขนาดตัวข้างบน  

เป็นHard sell ไปอย่้างเนียนๆ 

 

ลองเดาอันนี้ดูบ้างนะ ดูว่าเข้าใจไหม


Pac insurance ขายประกันรถยนต์ของอเมริกา
เผื่อใครฟังไม่ทัน(สำเนียงเชี่ยซ่งติงมากค่ะ) โฆษณานี้คร่าวๆคือ
คือตำรวจตะโกนว่า "รถยนต์ที่ไม่มีประกันภัยผิดกฎหมายของรัฐอะแลบาม่า เข้าใจไหม!"
ผู้หญิงบอกว่า "อ้อ ตำรวจคงมาตามหาคนที่ไม่มีประกันรถยนต์"
ผู้ชายบอกว่า "ไม่ต้องห่วง มีประกันกับ Pac insurance บริษัทประกันสำหรับรถที่ดีที่สุดในรัฐอะลาแบม่า มีเบอร์ติดต่อ800เบอร์(?ฟังไม่ออกOTL) มีเจ้าหน้าที่ประจำท้องถิ่น4คน เป็นพนักงานจริงๆไม่ใช่เครื่องตอบรับอัตโนมัตด้วย"
ตอนท้ายผู้หญิงพิงไหล่ชวนฝันมาก บอกว่า "เธอฉลาดจัง"

 

 

 

 

ข้อสังเกต
- โฆษณาบ่งบอกความดีความงามของบริษัท Pac insurance บ่งบอกจุดดีอย่างที่พึงกระทำ โดยพูดตรงๆเลย
- โฆษณาเอาความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นมานำเสนอ(คือโดนตำรวจจับ)
- โฆษณานำเสนอผลลัพธ์ของการมีประกันภัยกับPac insuranceมานำเสนอ(ได้หญิง) ในรูปแบบที่ ไม่มีศิลปะหรือไม่มีการอ้อมค้อม แต่ใส่ลงไปโดยตรง 
- ข้อความสำคัญคือ Pac insurance ดีที่สุด 

โฆษณานี้ ตรง บอกข้อความดีตรงๆ น่ารำคาญ! ดังนั้นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Hard sell จ่ะ

 

 

เราเลือกโฆษณาที่คิดว่าเห็นการใช้Soft sell อย่างแรว๊งงงงง คือโฆษณานี้


รู้สึกดีป่ะ? รู้สึกเศร้าไหม? (นี่ดิฉันหาเรื่องทำให้บลอกนี้เป็นบลอกเสียน้ำตาหรือเปล่าฟะคะเนี่ย) เลือกโฆษณานี้เพราะว่า มีจุดความเชื่อหลายอย่างที่อยู่ในสังคมไทย สื่อออกมาผ่านโฆษณาเดียว
-ครอบครัว แทนที่ครอบครัวด้วยผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นแม่ ให้เห็นว่าครอบครัวสำคัญ
-การให้คุณค่ากับเด็ก <----- มันไทยอะ มันเป็นอะไรที่พวกเราเชื่อกันโดยไม่ได้คิดมากเท่าไหร่เพราะมันฝังมาน่ะ ถ้าถามว่าทำไมต้องให้คุณค่ากับเด็ก ก็ตอบให้มันยาวไม่ได้อะเพราะมันรู้ๆกันอยู่ใช่ป่ะ
-เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ <---- เงินทองเป็นของนอกกาย อันนี้ก็ไทยอีก
-การยอมรับความตาย<---- ไทยมากๆ พุทธมากๆ ดูพวกหนังฝรั่งเคยเจอเปล่า ตกนรกไปแร้วอะ ยังกลับมาได้เลย เพราะมันเป็นตัวเอกอะเลยชนะ และความตายคือความไม่อยากอะ แต่พุทธเราเชื่อเรื่องการสังขารไม่เที่ยงอะ เลยทำใจได้ เห็นป่ะๆ
เลยเป็นSoft sellอย่างแรงจริงๆ
((สมมติว่า โฆษณานี้ ถ้าจะapproach แบบ hard sell สามารถทำได้โดย
-บอกว่า ฝากเงินกับไทยประกันชีวิตเท่าไหร่ ได้รับเงินคืนเท่าไหร่ ครอบคลุมอะไรบ้าง
-บอกว่าไทยประกันชีวิต ดีกว่าประกันภัยอื่นอย่างไร(บอกเป็นนัยๆ
-ไม่ต้องเอนเตอร์เทนก็ได้ แค่ทำให้เร็วที่สุดไว้สุดๆตรงประเด็นและเคลียร์))

 

 

 

แต่Hard sell ไม่จำเป็นต้องไม่สนุกเสมอไปนะ 


-เอาตัวเลขของความเป็นไปได้ที่น้อยสุดๆออกมาให้เห็น แล้วเอาโลโก้ตามมาทีหลัง คนดูคิดตามว่า การที่ลูกปืนจะโดนเท้าโจร/ล้อจะกระเก้งกลับมา/บ้านจะหมุนแล้วกลายเป็นแบบเดิม เป็นไปได้ยากมากๆ ดังนั้นแล้วควรจะมีประกันชีวิตดีกว่า
-คนดูคิดตาม และโฆษณาเองก็แจกแจงว่าถ้าไม่มีสิ่งนี้จะแย่
-ไม่มีอารมณ์ลึกซึ้งเมื่อดูจบ(แต่ฮานะ)ตัวละครไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ลึกซึ้ง เน้นการนำข้อความไปส่ง(ข้อความสำคัญคือเป็นไปได้ยากที่มันจะบังเอิญขนาดนั้น ข้อความใต้ข้อความสำคัญคือ ทำประกันซะ)
-Hard sell 
(-ถึงจะHard sell แต่ก็ตลกได้ สามารถๆ)

 

 

เป็นโฆษณาประกันชีวิตเหมือนกันหมดเลย แต่รู้สึกไหมว่าวิธีที่เค้าโฆษณามันต่างกันนิ  

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่า โฆษณาที่บล็อกนี้บอกว่าเป็นSoft sell แม่งไม่เห็นรู้เรื่องเลยวะ ไม่เกี่ยวกับของที่ขายซักนิด แม่งน่ารำคาญ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จะตกเป็นเหยื่อโฆษณาhard sell มากกว่า แปลว่าคุณโน้มเอียงไปทางLow context culture XD

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่า โฆษณาที่บล็อกนี้บอกว่าเป็นHard sell น่าเบื่อที่สุดแสดงว่าคุณคงจะเลือกSoft sell มากกว่า คุณคงโน้มเอียงไปทางHigh Culture context :D

 

 เอาศ.จ. Frank R. Kardesกลับมาได้ละ

สุดท้ายแล้ว นักวิชาการรวมถึงท่านศ.จ.Kardesต่างลงความเห็นว่า วิธีจูงใจได้ดีที่สุด คือเอาSoft sell (ความรู้สึก)พร้อมๆกับการสรุปจบแบบเป็นเหตุเป็นผล  แปลเป็นภาษามนุษย์โลก โฆษณาที่ดูแล้ว"รู้สึก"แถมมีคำอธิบายสมเหตุสมผล คือโฆษณาที่จะเวิร์คที่สุดจ่ะ

 

แต่นี่ก็พูดแค่วิชาการเนิ๊ดๆ เวลาเค้าทำโฆษณาจริงๆ ก็ต่างกันไปตามแต่ละประเทศ

ประเทศไทยเราเองก็ ชอบใช้Soft sell พูดจริงๆ วันก่อนได้ไปกับคนๆนี้แบบว่าบนรถไฟฟ้า(ต้อง)นั่งดูโฆษณาแบรนด์รังนก ที่ไม่มีคำอธิบายคุณประโยชน์อะไรของรังนกเลย แต่ว่าทั้งเรื่องวนไปมาแค่พนักงานออฟฟิสรักกันให้แบรนด์รังนกกันแดกไปมา 
ที่สำคัญ โฆษณา หนอนชาเขียวชินเมโจได๋อันลือลั่นเมื่อหลายปีก่อนก็เน้นความรู้สึกน่ารักไม่ใช่ฤๅ?

(ขณะเดียวกันก็มีโฆษณาประเภทHard sellเหมือนกัน เช่นคอมพิวเตอร์ Dell หรือยาสระผมเบอกาม็อตน่ะ)

 ทีนี้พอดูโฆษณาก็แยกได้แล้วสิ อันไหนSoft sell อันไหน Hard sell พูดผิดเดี๋ยวเพื่อนล้อไม่รู้ด้วย!

 

ปล. ถ้าอยากอ่านเรื่องวัฒนธรรมหนาแน่น วัฒนธรรมหนาแน่นน้อย บทความออนไลน์นี้คล้ายๆกับที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว น่าจะโอเค เรื่อง High-Context Cultures and Low-Context Cultures

http://jcmc.indiana.edu/vol11/issue1/wuertz.html

ปปล. ทำไมในอินเตอร์เน็ตถึงมีแต่โฆษณาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ? เพราะว่ามันรู้สึกดีน่ะซี่ เลยต้องขอเก็บไว้เอามาลง! soft sell ทั้งนั้นแหละ 

ปปปล. อธิบายเองเข้าใจเองอยู่คนเดียวแน่เลย 

ปปปปล. คำถามทิ้งท้าย โฆษณานี้ เป็น Hard sell หรือ Soft sell คะ? 


มีคนดูตั้ง25ล้านครั้งแน่ะ! (สมัยบริทนีย์ยังไม่กากมาก OTL ตอนนี้กลับมาแล้วก็ไม่แจ่มเท่าเดิมอยู่ดี) 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ ความรู้

เอ่อ.. แล้วโฆษณาแบบ เนเจอร์กิฟ ที่บอกให้ยุ้ยดูแลตัวเองละคะ (ฮา)

กะโฆษณาอะไรนะ ที่สนับสนุนให้คนออกกำลังกาย (จู่ๆ ก็วิ่งออกไปวนรอบร้าน โฆษณาชีส???)

มีอีกหลายอย่างที่กวนๆ โฆษณาไทยฮาๆ ทั้งหลาย (พี่ชายที่บ้านบอกว่า ไม่เคยเห็นโฆษณาประเทศไทยฮาเท่าโฆษณาไทย) แบบนั้นจัดเข้าประเภทไหนอะเคอะ

#1 By KeeChan on 2009-02-25 21:45

กว๊าซซซ ไม่ค่อยได้อยู่ไทยค่ะ ตามโฆษณาที่นี่ไม่ค่อยทัน จะได้ดูบ่อยคือรถไฟฟ้า กับโฆษณาบางตัวที่แรงมากๆ ต้องขอดูเต็มๆก่อนจะเดาได้ เนเจอร์กิฟนี่นึกไม่ออกเลยอะค่ะตัวเอง

โฆษณาไทยที่ฮาๆ ส่วนใหญ่แล้วจะออกแนวsoft sell แล้วมีข้อสรุปที่ดีค่ะ จะไม่ได้บอกถึงผลประโยชน์โดยตรงของผลิตภัณท์ แต่จะทำให้ดูแล้วรู้สึกสนุก แล้วย้อนกลับมาบอกว่าเกี่ยวข้องยังไง ต้องดูเป็นรายๆไปด้วยค่ะ
โฆษณาไทยที่ได้รางวัลส่วนมากจะเป็นsoft sellพร้อมกับข้อสรุปที่สุดยอดค่ะ ดูแล้วจะรู้สึกว่าเออ เกี่ยวกันดีนะ แถมฮาแตกด้วย

อย่างโฆษณาปลาทาโร่ อันนี้อะค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=3RuxSOVgTWM
อันนี้ ที่เป็น ผู้ชายไทย 60% มีแฟนแล้ว ที่เหลือ บ้างาน ที่เหลือเป็นผู้ชายกระตุ้งกระติ้ง เหลือแต่หน้าตาไม่ดี
อันนี้เป็นsoft sell เพราะว่า ปลาทาโร่ไม่ได้แจกแจงถึงสรรพคุณรสชาติ ความอร่อยเหาะ ความยอดเยี่ยมเหนียวหนึบ แต่ไปเจาะจงเอากับการดูแลตัวเอง=กินปลาทาโร่ ซึ่งออกไปในแนวสถานะของสังคม มากกว่าจะออกมาในแนวอธิบายแจกแจงความดีของทาโร่
โฆษณาทาโร่ชุดนี้ออกแนวนำความเชื่อสมัยใหม่ (ผู้ชายมีแฟนหมดแล้วผู้ชายเป็นเกย์ซะหมดผู้ชายที่เหลือไม่ดี) เอามาโยงให้รู้สึกดีๆกับทาโร่ แทนที่จะเอารสชาติความสุดยอดมาอธิบายว่าทำไมต้องซื้อทาโร่อะค่ะ ดังนั้นแล้วเป็นsoft sell ที่ทำให้รู้สึกดีค่ะ :D

#2 By songsage on 2009-02-25 22:03

กรี๊ดดดดดดดดดดด เมพขิงๆ
อ่านแล้วฮาดี ความรู้กระอักท่วมสมอง
พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าโฆษณาของไทยส่วนใหญ่จะเป็นแนว soft sell จริงๆด้วย
(แต่อาจจะไม่จริงก็ได้เพราะตูไม่ค่อยดูทีวี กร๊ากๆๆ)
ส่วนตัวแล้วแอบรู้สึกว่า soft sell บางทีมัน soft เกิน
จนลืมไปว่ามันโฆษณาอะไรวะ sad smile sad smile

เอาดราก้อนบอลไป Hot! Hot! Hot!

ปล - โฆษณาเป๊ปซี่ล่างสุดมองแต่นมนักร้อง...
ดิฉันผิดไปแล้ว

#3 By [][] RenzE [][] on 2009-02-25 22:19

พออ่านแบบนี้แล้วลองไปนั่งนึกๆดูพวกโฆษณาที่ออกมาช่วงนี้ ก็มีปนๆกันไปแล้วแต่ประเภทของสินค้าละมั้งคะ

แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบซอฟต์ละนะคะ

อันล่าสุดที่ซอฟต์มากๆก็ของเถ้าแก่น้อย แต่ดูแล้วรู้สึกว่าไม่อินอย่างแรงค่ะ
เค้าเล่าเรื่องประมาณว่าผู้หญิงความจำเสื่อมลืมแฟน แล้วทำเถ้าแก่น้อยตกแล้วนึกถึงตอนเจอแฟนครั้งแรกเลยจำกันได้น่ะค่ะ แต่ดูแล้วแบบว่า เอิ่ม........sad smile

#4 By ทานุขนฟู on 2009-02-26 00:25

ความรู้ใหม่!

รู้สึกว่าญี่ปุ่นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้ากับยาจะเป็น Hard ซะเยอะ อย่างอื่นก็พอประปราย

เกี่ยวกับคนสมัยนี้ใช้ข้อมูลในการเลือกซื้อของจำพวกนี้มากขึ้น เลยต้องให้ลูกค้ารู้ความสามารถมากขึ้นรึเปล่าครับ

แล้วมีโฆษณาไหนที่ใช้เทคนิคทั้งสองอย่างไหมครับ ที่ทั้งให้รู้สึก และได้รับรู้ความสามารถของสินค้าไปด้วยกัน

#5 By 「Mystery☆」 on 2009-02-26 00:29

ได้ความรู้มากๆ ครับ, มีการยกตัวอย่างเยอะด้วย
ขอบคุณครับ Hot!
โอ้ว อธิบายเห็นภาพ มีตัวอย่างด้วย! ได้ความรู้สุดๆ เลยค่ะ
อย่างนี้คนใช้ผิดความหมายเยอะนะ Soft Sell กับ Hard Sell เนี่ย (แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้นิยมใช้กันจัง?)

#7 By อีฟ on 2009-02-26 08:25

ของกรุงเทพฯประกันฯนี่เจ๋งจริงๆ

ได้ความรู้มากครับ! sad smile Hot!

#8 By -----ROGER----- on 2009-02-26 08:37

เขียนสรุปออกมาได้ดีมากเลยแจ่มสุดๆ จ่ะ

พูดถึงมาเรียนที่นี่ อาจารย์อิตาลีมีเอาโฆษณาเบียร์ของไทยมาเปิด เบียร์ลีโอชุด ที่หาที่จอดรถแล้วมีรถออกพอดี กับหยุดวันศุกร์ เขาชมนะว่าเป็น CM ที่ทำออกมาดีมาก แต่เราคิด.....ไอ้มุกที่จอดรถนอกจากคนไทยเรา เนี่ยมันจะเข้าใจเรอะ sad smile อย่างนี้จะเป็น Soft Sell มั้ยน่ะฮาาา

งั้นอย่างไอ้กิฟฟารีน มาพูดทื่อๆ นั่นโคตรจะ Hard Sell สินะ เทียบแบบนี้เราคงเป็นสายชอบดู CM Soft Sell มากกว่าแฮะ

แต่จะว่าไปตั้งแต่ดูโฆษณามา พี่ว่าคนไทยทำโฆษณาเก่งกว่าเมืองนอกเยอะมากก ของที่อังกฤษหลายอันขอบอกทื่อได้อีกกก sad smile (หรือเป็นเพราะความต่างวัฒนธรรมกันนะ)

#9 By chibi on 2009-02-26 08:46

วาวววว Hot! Hot! Hot!

#10 By iDoi* on 2009-02-26 08:47

อ่านแล้วสนุก ได้ความรู้ โดนใจ ให้ดาว Hot! Hot!

#11 By draco on 2009-02-26 08:48

แจ่มเลยค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ ยกตัวอย่างเห็นภาพชัดเจนด้วย Hot!
เข้ามาฟัง lecture ครับ

Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By เซฟ on 2009-02-26 11:15

สาระ+ฮาน่าดู Hot!

แล้วอย่างพอนด์นี้จะ sell แบบไหนดีล่ะsad smile

#14 By [loveX] on 2009-02-26 14:01

ตัวอย่างhard sellจะไปไหนไกลล่ะ
โทน๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!
โอววว ฮาร์ดเซลล์ได้อีกsad smile
เท่าที่ดูโฆษณานี่ประเทศไทยฮาสุดๆแล้วล่ะค่ะ

#15 By saya chan on 2009-02-26 14:53

Hot! ความรู้สาระเยอะมาก ๆ ครับ
ขอบคุณครับ

ผมชอบ soft sell นะ
ดูเพลิน ๆ สนุกดี

#16 By patluck on 2009-02-26 15:09

สรุปแล้ว Pepsi เป็นแบบไหนครับ

ทายว่า Soft น่ะ ^^

Hot! Hot!

#17 By i'mDOZENIST on 2009-02-26 15:33

แบบนี้นี่เอง จะอะไรก็เถอะ ขอให้มันไม่เดือดร้อนเค้าพอแล้ว

เชื่อง่ายไม่ได้แปลว่าโง่ เชื่อยากไม่ได้แปลว่าฉลาด big smile
รู้จักไอ้รัสเคจากยูทูป ที่มันเอาดีเกรมาเต้นๆ 5555+


ปล.แกไปเปิดโรงเรียนสอนหนังสือดีกว่าเหว้ย แบบว่า สอนแจ่มดีสื่อครบถ้วน(คิดถึงแบบประเมินการเรียนที่ให้ฝนๆ)sad smile


สุดท้ายซอฟใช่มะ สาระขนาดนี้confused smile

#19 By BEI on 2009-02-26 19:53

ติดฮอทแล้วแก ยินดีด้วยยย

แต่hard สุดๆ ขอยกให้โทนาฟเลยจริงๆ จำได้กันทุกวัย

อย่างงี้พอนส์มันhardหรือsoftเนี่ย ไอ้ทำเป็นซีรี่ย์เกาหลีใช้แล้วผัวหลง555

#20 By ❉✱ll N ö K ll✱❉ on 2009-02-26 20:00

มิน่าล่ะครับ พอคนญี่ปุ่่นฟังมุขหรือแก๊กอะไรที่ไม่ฮา จะชอบล้อกันว่า "นี่แกกำลังเล่นตลกอเมริกันอยู่ใ่ช่มั้ย"

ถ้าให้ผมคิดเ้องบางทีประเทศที่มีวัฒนธรรมหนาแน่นมาก
ก็อาจจะไม่สามารถเข้าใจวัฒนธรรมหนาแน่นน้อยใช่ไหมครับ


big smile Hot!

#21 By พงคุง on 2009-02-26 20:10

ว้าว เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะ
โฆษณามันแบ่งอย่างนี้นี่เอง

#22 By Phai on 2009-02-26 23:11

Renze -> มึงผิดรุนแรง!!! ข้อหาดูแต่นมอีพวกนี้!! ไปสอบซ่อมมา!! ปัญหาของsoft sell คือพยายามอ้อมโลกแล้วทำให้คนดูงง ฮา ปัญหานี้แอบรู้สึกว่าเป็นเฉพาะที่ไทย อยู่ออสเตรเลียอยู่ญี่ปุ่น ยังรู้สึกว่าโฆษณาเค้า make sense มั่ก เค้าอาจจะกลัวการออก(นอก)ทะเลก็ได้นะแก แต่คนไทยไม่กลัวเพราะสนความรู้สึกอย่างแรว๊งและสนความฮา



คุณ ทานุ -> เพิ่งเห็นเถ้าแก่น้อยจริงด้วยค่ะ ประเภทของสินค้าเองก็เป็นจุดกำหนดเช่นกันอย่างที่คุณทานุพูดเลยค่ะ ถ้าเป็นโฆษณาคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ก็จะพยายามทำเป็นhard sell ค่ะ (แต่ก็มี soft sell ที่แบบ คอมพิวเตอร์เท่ เช่น แอปเปิ้ล) ที่ทำเป็นhard sellเพราะว่าคอมพิวเตอร์วัดกันตรงที่ประสิทธิภาพและคำอธิบาย ไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องทางสังคมเข้ามาเท่าไหร่



น้องMystery-> (ใช่น้องหรือเปล่านะคะ ถ้าไม่ใช่ต้องขออภัยจริงๆ) โฆษณาโตเกียวแก๊ส(มั้งนะคะจำได้ไม่แม่น)ที่เป็นผู้ชายไปเก็บหุ่นยนต์สาวมาอะ ค่ะ อันนั้นพยายามเป็นsoft sell แล้วมีข้อสรุปแถมท้ายด้วยข้อดีของระบบทำน้ำร้อน อันนี้คือ พยายามให้ความสามารถของสินค้าไปพร้อมๆกัน แต่จงใจให้ความรู้สึกสนุกแก่คนดูไปด้วย
ทว่าsoft sellก็คือ soft sell hard sell ก็คือ hard sell ไม่ใช่อย่างเดียวกัน แต่โฆษณาที่ดีจะพยายามใส่บางส่วนของแต่ละอย่างเอาไว้ในsoft sell ซึ่งก็คือ soft sellที่มีข้อสรุปที่ดี โฆษณาsoft sell ที่มีข้อสรุปที่ดีมักจะไปอยู่ในงานชนะรางวัลadvertisementยอดเยี่ยม เพราะใช้พลังของcreativityนำพาsoft sellให้มีสาระ

ยากับเครื่องใช้ ไฟฟ้าเป็นของที่ห่างจากคำว่าวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture) เลยมักใช้hard sellกัน แต่hard sellของญี่ปุ่นอยู่ในระดับที่ พยายามให้สนุกอยู่เสมอ ทางไทยเองก็เหมือนกัน

คนสมัยนี้ไม่ได้ใช้ ข้อมูลในการซื้อของมากขึ้นแต่อย่างใด เป็นเพราะคนซื้อต้องใช้ข้อมูลในการซื้อของที่มาจากวัฒนธรรมหนาแน่นน้อย(Low context culture)เหล่านั้น คนทำเลยต้องเลือกที่จะใช้hard sell เช่นคอมพิวเตอร์
พวกเรากำลังเป็นประจักษ์พยานของการเปลี่ยนแปลงทาง สังคมค่ะ เรากำลังมองแอปเปิ้ล ผลักดันตัวเองให้เหนือกว่าแค่คำอธิบายในวัฒนธรรมหนาแน่นน้อย คอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลกำลังพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมค่ะ



มาสเตอร์แชมป์ -> ยินดีค่ะ ดีใจที่มาสเตอร์แชมป์มาเมนท์ ฮา



คุณ อีฟเองจ้า -> ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกัน แต่คำๆนี้รู้สึกว่าจะถูกนิยามขึ้นมาเมื่อสิบกว่าปีก่อนนี้เอง ทำไมจู่ๆฮิตก็ไม่แน่ใจ แต่ได้ยินครั้งแรกจากการเขียนรายงานเรื่องความแตกต่างระหว่างการโฆษณาของ ญี่ปุ่นกับอเมริกาค่ะ ที่เมืองไทยไม่รู้ว่าในมหาลัยเค้าสอนกันหรือเปล่านะ



คุณROGER -> กรุงเทพประกันภัยเป็นตัวอย่างของโฆษณาที่ดีมากๆค่ะ เพราะทำให้เกิดอาการรู้สึก ถึงจะไม่ลึกซึ้งแต่อยู่ในระดับที่จดจำได้ พร้อมทั้งคำอธิบายที่สมเหตุสมผลค่ะ ในyoutubeเลยมีคนดูไปซะเก้าล้านครั้งล่ะนั่น



คุณ chibi ->สงสัยจะเป็นเบียร์Cheersนะคะเป็นตัวอย่างของsoft sellที่ฮามากๆให้ความรู้สึกอย่างแรง แต่บทสรุปทำได้ไม่ดีนักผลลัพธ์คือเบียร์Cheersเนี่ย ตั้งแต่ออกมาตอนนี้ไม่เห็นเค้ารอยอีกเลยค่ะ คือหายไปเรย ท่าทางจะเจ๊ง ฮา อาจารย์แกมาจากอิตาลีสินะคะ ท่าทางจะชอบวัฒนธรรมหนาแน่นมาก XD ไม่ก็แกติสท์จัดเลยชอบ ฮา แต่ยอมรับว่าสนุกจริงๆ แต่ในฐานะที่เป็นโฆษณา soft sellอย่างเดียวไม่เวิร์คค่ะ หลายๆครั้งที่เราๆคิดว่าโฆษณาไทยแจ่มกว่าเยอะ เป็นเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรมจริงๆค่ะ เพราะเราแชร์กับวัฒนธรรมไทย เลยไม่รู้สึก"คลิ๊ก"กับโฆษณาอังกฤษเท่าไหร่ (ตอนอยู่ออสเตรเลียก็เป็นค่ะ ดูแล้วรู้สึกว่า มันปล่อยออกอากาศมาได้ไง(วะ))
ที่สำคัญคือ....ต้องคอยจับตาดูกิฟฟารีน จำไม่ได้เลยค่ะ สงสัยไม่เคยเห็น อยากรู้มากๆว่าเป็นยังไงน่ะค่ะ ฮา



คุณidoi&คุณdraco&พี่หมีshakri&คุณเซฟ ->ขอบคุณมากๆค่ะที่เข้ามาอ่าน ตอนแรกนึกว่าจะน่าเบื่อจนไม่มีใครอ่านเสียแล้ว



คุณBowchan ->พอนด์ของไทยเนี่ย เค้ามีโฆษณาหลายแบบค่ะขึ้นอยู่กับว่าตัวไหนถ้าเป็นตัวที่ทำเป็นละครไทยใช้ แล้วสามีหลง อันนี้คิดว่าเป็นsoft sellแบบเอาสิ่งที่รู้ๆกันอยู่ในสังคมมาเล่นกับความรู้สึกของคนดูค่ะ

ต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

โฆษณา กานิเยร์ ผิวข่าวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นhard sellค่ะ ออกมาบอกถึงการวัดระดับสีผิวอย่าง(พยายาม)ละเอียด เอาข้อมูลวิจัยมานำเสนอสนับสนุนไอ้ครีมนี่
โฆษณาพอนสด์ เป็นsoft sell ไม่ได้บอกว่าผิวนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เน้นไปที่ผัวรักผัวหลง แบบว่าโฆษณาเน้นสำคัญไปที่นางเอก(อารมณ์หนังไทย)ตัวร้าย(อารมณ์หนังไทย) พระเอก(อารมณ์ว่าโง่แบบหนังไทย)มากกว่าจะเน้นที่ความดีงามของพอนด์น่ะค่ะ



คุณsaya chan -> จริงด้วยค่ะ ตาย ดิฉันใช้เวลานานมากในการเสาะหาตัวอย่างของhard sellน่ะค่ะ รากเลือกมากๆๆ ฮา พอบอกว่าโทนาฟแล้วแบบ อึ้งเลยค่ะ แบบ จริงด้วยแหะ ทำไมดิฉันโง่งี้วะคะ เป็นตัวอย่างที่แจ่มมากๆเลยค่ะ

เรื่องโฆษณาไทยตลกที่สุดมีสองทฤษฎีที่คิดไว้เล่นๆค่ะ
1. ที่เราๆดูโฆษณาไทยแล้วคิดว่าตลกที่สุด เพราะว่าเรามาจากวัฒนธรรมเดียวกันกับคนที่ทำโฆษณาค่ะ มันเลยคลิ๊ก แล้วเลยขำมาก ตามประสาวัฒนธรรมหนาแน่นมาก(High context culture)
2. คนไทยชอบอารมณ์สนุก อารมณ์ขำ ตลก เป็นที่สุด ดังนั้นแล้วพอจะทำโฆษณาเลยยัดเอาความสนุกตลกไว้เป็นเรื่องหลัก(soft sellด้วยความรู้สึก) แล้วเรื่องข้อสรุปโยงกับผลิตภัณท์นั้นเป็นเรื่องรอง

เลยตลกที่สุดค่ะ ฮา



คุณ patluck -> soft sellไทย ทุ่มเงินเยอะมากค่ะ เลยดูแล้วเพลินดีจริงๆนอกจากทุ่มเงินแล้วยังทุ่มสมองลงไปอีกเพียเพื่อให้ คลิ๊กกับวัฒนธรรมหนาแน่นมากของไทย เราเลยดูสนุกกันเลย



คุณ$@ĺħчήЃĥİ€Йλ -> เย้ ถูกต้องค่า โฆษณาเป๊ปซี่ชิ้นนี้ เป็นsoft sellมากๆ ดูจบแล้วรู้สึกเท่ชิบแบบสนุกตื่นเต้นและคิดว่าแมร่มเท่นัก แต่ไม่ได้เน้นว่าเป๊ปซี่ยอดเยี่ยมด้วยความซ่าหรืออะไรเลย



คุณ ปุ๋ยของเดี๊ยน -> ก๊ากกกกประชดใช่มะ โฆษณาเป๊ปซี่อันนี้แบบว่า หาสาระคำอธิบายแม่งไม่มี มีแต่นมใหญ่ร้องเพลงไปมา (ฮร่วย) เน้นความรู้สึกเท่มันส์สะใจสนุกอย่างเดียว ซ่าหรืออร่อยไม่มีบอกแต่อย่างใด
ไม่เอากูเกลียดอาชีพครูที่สุด แกก็รู้ ทะเลาะสามล้านรอบ เลวได้อีกกู ก๊ากกกกกกกก



คุณ นก -> พอนด์ชุดนั้นเป็นsoft น่ะ ตอบไว้กับคำตอบต่อคุณBowchanพอดีXD แต่จะนึกไปโฆษณาพอนด์เนี่ย ไม่เคยเห็นออกมาเป็นhardเลยอะ หรือจำไม่ได้เองหว่า



คุณพง -> ใช่ค่ะแล้วก็ vice versa ดังนั้นแล้ว บริษัทข้ามชาติหลายๆบริษัทจะไม่เอาคนของชาติตัวเองไปเป็นหัวหน้าฝ่าย marketingในประเทศอื่นค่ะ เช่น หัวหน้าฝ่ายQCอาจจะมาจากญี่ปุ่น แต่พวกแคมเปญจะเป็นคนชาตินั้นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าถึงวัฒนธรรมหนาแน่นน้อยของประเทศนั้นๆ่ค่ะโฆษณาเนี่ย สะท้อนสังคมอย่างแรงเลย คิดอย่างงั้นมั้ยเอ่ยXD



คุณไผ่แก้ว -> :D ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ดีใจที่อ่านเข้าใจเพราะเราเองเขียนไม่เก่งอะค่ะเขียนแบบไฟลุก กลัวเบลอเหมือนกันนะเนี่ยTvT อ่านคอมเมนท์แล้วดีใจค่ะ

#23 By songsage on 2009-02-27 02:36

สนุกดีคะ อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ทำให้นึกไปถึงเรื่อง โฆษณาแอบแฝงด้วยเลย

แต่ไงบ้านเราโฆษณาก็ชนะเลิศอ่ะ

#24 By tapum on 2009-02-28 18:22

ยาวมาก อ่านไม่หมด
แต่สำหรับผม จะ Hard หรือจะ soft ก็สามารถเป็นโฆษณาที่ดีได้ มันอยู่ที่ message และ วิธีการสื่อสาร

#25 By Brawatcher on 2009-03-02 15:01

ความรู้ใหม่ๆ รีบจดจำเต็มที่double wink
ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยเข้า้ใจเรื่องนี้หรอกค่ะ(อ่อนภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิม)แต่พออ่านจนจบแล้วก็จำได้ขึ้นใจเลยcry ชอบการยกตัวอย่างขึ้นมา แต่ละตัวอย่างที่เลือกมาทำให้เข้าใจได้แจ่มแจ้งมากจริงๆdouble wink

#26 By Mind on 2009-03-15 09:12

Hot! Hot! Hot!
ตามมาอ่านค่ะ

ดีมากเลยbig smile

#27 By Fonn || AR51 on 2009-11-06 19:16

songsage View my profile