หลังจากที่ตะบี้ตะบันอ่านหนังสือไทยประหนึ่งชีวิตนี้จะไม่ได้อ่านหนังสืออีกแล้ว อ่านมากถึงขนาดเกิดbook crisis(บัญญัติเอง)ซึ่งเป็นอาการเฟลแตก อ่านแล้วไม่อินกับหนังสือไหนเลยเกิดอาการเบื่อๆเนือยๆ แล้วฟ้าก็ส่งหนังสือเล่มหนึ่งมาเตะลูกกะตา จนนึกได้ว่าเคยเห็นชื่ออยู่

Ender's Game

 

 กดดัน เคร่งเครียด หดหู่ ลุ้นระทึกและวางไม่ได้  เมื่อคราวคินดะอิจิกับคดีคฤหาสน์เขาวงกต ใช้เวลาอ่านถึงสี่วัน

Ender's game เริ่มอ่านตอน6โมงเย็นของวันนี้ เพิ่งอ่านเสร็จเมื่อห้านาทีก่อน(ตี2)

 

เป็นเรื่องราวของเด็กชาย เอนเดอร์ ที่ตั้งแต่เกิดถูกตั้งความหวังให้เป็นที่สุด จากพันธุกรรมต้องเป็นคนที่มีความสามารถ ความหวังหนึ่งเดียวที่จะนำมนุษยชาติรอดพ้นจากภัยคุกคามของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว เอนเดอร์ถูกเลือกให้เข้าโรงเรียนสัประยุทธ์ ถูกฝึกให้เป็นยอดผู้นำ ท่ามกลางความขัดแย้งของตัวเขาเองและคนรอบข้าง ท่ามกลางความไว้วางใจ ความไม่ไว้วางใจ ความกดดัน และความต้องการของเด็กชายอายุหกขวบ 

คนเขียน ORSON SCOTT CARD พาเราเข้าไปเฝ้ามองเด็กชายคนนี้ท่ามกลางความสับสนและพฤติกรรมอันสะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างแยบยล ทุกวิบากกรรมและทุกอุปสรรคที่เอนเดอร์เผชิญ ตั้งคำถามคนอ่านว่าด้วยความคงอยู่ของอัตลักษณ์และสังคม ประเด็นวิพากษ์ที่เหลื่อมล้ำกับความเป็นจริงในสังคม ประเด็นของธรรมชาติมนุษย์ ความทะเยอทะยานและความกล้าหาญ ในบทพิสูจน์ของเจตนารมณ์ซึ่งบุคคลหนึ่งต้องเผชิญ ความเป็นเด็กที่เราไม่ได้สังเกตนัก แต่ตอกย้ำถึงสันดานและการกระทำตามวิสัยของมนุษย์โดยแท้จริง Ender's Gameจึงเป็นมากกว่านิยายไซไฟธรรมดา แต่เป็นเหมือนประชาพิจารณ์ถึงคุณค่าและความหมายในตัวคน

 

ส่วนตัวแล้วเราอ่านจบพลันเหมือนถูกฉีดน้ำผ่านสมองแล้วซับด้วยกระดาษจากหนังสือของชาร์ลส์ดาร์วิน กระนั้นก็ยังรู้สึกหฤหรรษ์สิ้นสมประดี  

 

เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง

 

((ขอยอมรับว่าหลังเขามาก เพิ่งได้อ่าน เพราะเพิ่งได้ซื้อ))

  มีเล่มต่อ(แบบที่คนเขียนแกเองยังงงๆว่ามันเป็นเล่มต่อ แกว่าไว้ในคำนำ  ฮา)

 

คาดว่าคืนนี้คงไม่ได้นอน กำลังเปิดอ่านแค่หน้าแรกก็แอบโฮกเสียแล้ว  ฝากถึงASK ช่วยเปลี่ยน/ปลดฝ่ายอาร์ตด่วน เกมพลิกโลกยังไม่เท่าไหร่ แต่วาทกะแด่ผู้ล่วงลับนี่กะยึ๋มกึ๋ยมากๆ คิดอะไรอยู่อะตัวเอง? แบบHave space suit will travelก็ยังดูมีคลาสกว่านี้เลยง่ะ

_____________________________________________

 ต่อมา ขอเรียนถามท่านใดที่หลงเข้ามา เรื่องของร้านคิโนะคุนิยะ เป็นเรื่องของบัตรสมาชิกคิโนะคุนิยะ เรื่องของเรื่องคือกระดากอายไม่กล้าถามในเว็บบอร์ดค่ะ

 

ปกติจะไปยกหนังสือมาจากคิโนะคุนิยะ ถึงขั้นพนักงานต้องยกมาให้ที่รถ เพราะมันเยอะมาก ปีที่แล้วเลยทำบัตรสมาชิก คิดว่าคงคุ้ม ปีนี้กลับมาไทย หมดอายุไปซะงั้น

 

เลยมานั่งคิดใหม่  บัตรสมาชิกลด10% แต่ค่าทำ 500บาท  แปลว่า ต้องซื้อหนังสือให้ถึงห้าหมื่นบาทถึงจะคุ้มใช่ไหมคะ ..... ใครช่วยบอกทีว่าคิดเลขผิดหรือเปล่า บางทีก็รู้สึกแปลก ว่าซื้อหนังสือเค้าเยอะมาก น่าจะให้สมาชิกฟรีได้แล้ว....หรือไม่ก็ส่งบัตรลดมาได้แล้ว....

 

ที่บ้านนี่ก็เกินร้อยเล่มได้แล้ว เฉพาะที่ซื้อที่คิโนะอย่างเดียว... หรือเค้าจะมีโปรโมชั่นอื่นไหมคะ หรือจะไปต่อสมาชิกดี =[]=;; โอ้ว เป็นกลุ้มใจ .... 

 _______________________________________________________   

Ps. เมื่อคืนวันเสาร์ตอนประมาณห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน(มั้ง) ช่องMCOT 25 มีบรรเลงออเครสต้าโดยนักเรียนไหนซักโรงเรียน (คาดว่ามหิดล) เอาเพลงPhantom of the Operaขึ้นมาเล่น ทำให้ดิฉันเข้าใจเป็นครั้งแรกว่า การที่วาทยากรแต่ละคน ไม่เหมือนกัน นั้นเป็นยังไง สกอร์เดียวกัน แต่เล่นออกมาได้ทื่อ กั๊ก และขาดช่วง ขนาดนี้ สงสัยว่าจะไม่ได้ตีความเสียเท่าไหร่ การที่เล่นตามโน้ตเป๊ะๆ ก็เพิ่งได้เห็นคราวนี้นั่นแล สรุปแล้วคุณคอนดักเตอร์คงพยายามแล้ว แต่ป๊าหน้าแหกใส่หน้ากากคงจะเทะเกินจินตนาการของน้องๆไปหน่อย เลยเอาไม่อยู่เสียเลย ...

 

Pps. อาจไม่เคยรู้ว่า ดิฉันมีน้องสาว วันนี้ไปเป็นเพื่อนแม่และน้องสาว ทำฟันที่สยาม ค้นพบว่า น้องไม่มีฟันแท้อยู่หลายซี่ =[]=กรี๊ดดดดดดดดดเวลาดูfilm x-ray เหมือนมนุษย์ต่างดาวจับไปทำการทดลองแล้วเอาฟันแท้หนีกลับดาวไปเลยค่ะ(แบบไม่มีร่องรอย) และฟันกรามซี่ในสุดก็คุดขนาดเกือบนอนราบ น่ากลัวมากๆ

เอาเรื่องน้องมาเม้าท์แบบนี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่า น้องดิฉันไม่ซกมก(ตรงกันข้าม...กับดิฉัน) น้องดิฉันแปรงฟันละเอียด(ตรงกันข้าม...กับดิฉัน) ไม่มีปัญหาฟันผุ ไม่ปวดฟัน(ตรงกันข้าม...กับดิฉันเลย...) และเป็นคนที่ฟันสวยโดยกำเนิด เลยไม่ได้มาพบหมอฟันสองสามปีแล้ว เผอิญคนพี่ปวดฟัน เลยเอาน้องมาดูด้วย พบความจริงอันน่าตระหนก 

ดังนั้นแล้ว ขอให้ทุกท่านพบหมอฟันปีละสองครั้งเป็นอย่างน้อย = = ยิ่งบุตรหลาน อย่ายิ่งนอนใจ เพราะเด็กๆเค้าก็ไม่ได้ทราบดีหรอกว่าจริงๆแล้วฟันมันต้องเป็นยังไง ... 

 

  _______________________________________________  

ไม่ตอบไม่ได้แล้ว ฮิ้ว เค้าตื่นเต้นที่จะได้ตอบล่ะ (กลับสู่โหมดไร้สมอง)

คุณซี...ช่างมันเถอะ  ไอ้เราก็ตอบช้าซะขนาดนี้ ไม่แน่ใจว่าได้ไปดูแล้วหรือยังนะคะ ลองไปดูก็ได้นะคะ ถ้ากลัวโดนมองแปลกๆก็เอาเพื่อนไปด้วยค่ะ แฮ่ ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นก็ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงนั่นล่ะค่ะ

อิ๊อ๊างKao~ กรี๊ด ตัวเอง ก็เค้าคิดมากนี่ ประเด็นมันเยอะและแน่นพอๆกับหนังที่ดูเอาไปใช้สอบเลยอ้ะ อยากเล่นpspเหมือนกันนิ มีเกมเจ๋งๆหลายเกมเหมือนกัน แต่เพิ่งรู้ว่าเล่นเน็ตได้=[]= (หลังเขาสุดชีพ) อยากเห็นน

คุณKharl ได้ข่าวน่ากลัวสุดๆมาเร็วๆนี้คือ เด็กป.สามอ่านหนังสือไม่ได้ห้าหมื่นคน ตกใจมากเลยค่ะ ยิ่งกว่าเขียนหนังสือไม่ได้ซะอีก เพราะถ้าไม่รับรู้แนวคิดใหม่ๆจากหนังสือ ก็แปลว่าความคิดที่จะเขียนได้ก็ต้องจมปลักอยู่ที่เดิม สยดสยองมากจริงๆ ส่วนตัวแล้วตอนอยู่เมืองไทย เวลามีข้อเขียนทีไรได้คะแนนน้อยทุกทีเลยค่ะ เพิ่งมาได้คะแนนดีเอาตอนที่ครูฝรั่งสอนเขียนจริงๆจังๆค่ะ TOEFLสอบเป็นอย่างไรบ้างคะ สงสัยจังว่าได้คำถามเดียวกันกับเราหรือเปล่า (เรื่องยา กับ เรื่องเงินซื้อความสุขได้ อะไรประมาณนี้) อยากรู้ค่ะว่าเค้าใช้ข้อสอบเหมือนกันหมดหรือเปล่า ฮา  ส่วนGMATนี่ไม่เคยสอบค่ะ

ฬ.จุฬา  จริงๆเราเขียนก็ไม่ได้เรื่องหรอกค่ะ น่าสนใจตรงที่ ที่ไหนเค้าเปิดสอนเขียนภาษาไทยเป็นเรื่องเป็นราวบ้างนะคะ เห็นทีไรก็กลายเป็นคอร์สอบรมนักเขียนไปซะงั้น เหมือนกับว่าเมืองไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเขียนให้สื่อสารรู้เรื่องเลยนะคะ <---- คนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ  

[R e n z E] ยัง ฉ้านยังไม่เข็ดแมค ก้ากกกกกกก ได้อีกๆ แต่แมคบุคไม่เอาแล้วว่ะ! ฆ่ากันดีกว่า!! 

 

edit @ 10 Dec 2007 03:31:44 by songsage

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าอ่านนนนนนน~~~ (แกเอาตัวรอดจากวังวน text ให้ได้ก่อนเถ๊อะะ กระแดะจะไปหานิยายอ่าน -_-")

แต่อยากอ่านอ้ะ >_<

เรื่องบัตรสมาชิกของคิโนะ พนักงานเคยชวนให้เราทำอยู่เหมือนกัน ปีนั้นจำได้ว่าบ้าซื้อพวก calendar กับ rinbon, hana to yume, cho-comi กับ art book เยอะมากๆ (มันซื้อแต่การ์ตูนนี่หว่า =w=a)
แต่พออ่าน condition มันแล้วเราขอบายอ่ะ มันไม่คุ้มจริงๆ นั่นล่ะฝ้าย... แค่ค่าสมัครสมาชิกก็เอามาซื้อนิตยสารได้สองเล่มครึ่งแล้วนะ แต่มันลดราคาที แค่ 10% เอง...
แล้วปีนึงเราไปเดือนละครั้ง (นิตยสารมันออกรายเดือนนี่นา - ไม่ได้ซื้อจัมพ์อ่ะ)
คิดยังไงก็ไ่ม่คุ้ม (... แล้วตรูจะตอกย้ำชาวบ้านเพื่ออ =w=a)

แหะ ก็นั่นแหละ... สรุปคือมันไม่คุ้มจ้ะ (ยังไม่เลิก)
ทางร้านน่าจะมีบัตรให้ฟรีจริงๆ นั่นแหละเนอะ

ตอนนี้เรากำลังบ้าหาเกมมาลง psp อยู่ล่ะฝ้าย เพราะก่อนหน้านี้รู้สึกตัวเองเอามาใช้แบบผิดจุดประสงค์สุดๆ เลย (เอามาใช้ดู anime กับฟังเพลง ฮ่ะๆๆ) ช่วงนี้เลยโหลดแหลก (ก็ยังดีที่มันมีที่ให้โหลดอ่ะ ถ้าต้องซื้อแผ่นมาเล่น เราคงไม่ได้เล่นเกมแหงๆ)

อ่ะ ซะยาวเลย... หายปวดฟันเร็วๆ เน่อ~ เหงาๆ ถ้าเจอเราออนเอ็มก็ทักมาคุยกันได้น้า~
อะ แต่ว่า... ถ้าปีนึงฝ้ายจะซื้อหนังสือเกินห้าหมื่น... ก็ต่ออายุไปเถอจ้ะ
ขอบคุณที่ช่วยซื้อครับconfused smile
ซีรีย์เอนเดอร์นี่เค้าประกาศมาแล้วว่าสองเล่มแรกขายไม่ดีจะไม่มีเล่มสามเพราะตังค์หมด

ตอนนี้ผมก็ช่วยเชียร์สุดลิ่มเหมือนกัน ดูจากศัพท์แล้วอ่านอังกฤษอาจกระอักเลือดได้(เอนเดอร์ไม่เท่าไหร่ speaker นี่โหดเอาเรื่อง)

#3 By house on 2007-12-10 16:53

5000 ไม่ใช่เหรอคะ ไม่แน่ใจนะ ตกเลขเหมือนกัน

#4 By BeeJang on 2007-12-10 16:54

ไม่รู้ว่าซื้อเท่าไหร่ถึงคุ้มจ๊ะ แต่เห็นเพื่อนๆเค้าบอกว่ามันมีระบบสะสมยอดด้วย (สะสมไปทำไรก็ไม่รู้อีก) พี่ไม่ได้ทำบัตรสมาชิกคิโนะค่ะ เพราะช่วงที่เค้าเปิดโอกาสให้ทำ พอดีอยู่ในโหมดอารมณ์ไม่ดีเลยไม่สมัครมันซะเลย ฮา...จริงๆแล้วมีจิตผูกพันอยู่กับเอเชียบุ้คส์มากกว่าเลยถือบัตรเอเชียบุ้คส์ (กับ bookazine ซึ่งหลังๆดูเหมือนมันจะใกล้เจ๊งเต็มทีแล้ว)

พี่มองว่า ปกติพวกหนังสือออกใหม่ (หรือ paperback ที่จะไปสร้างเป็นหนัง) หรือพวกหนังสือหมวดคิโนะแนะนำ เค้าจะลด 20% และใช้บัตรสมาชิกลดเพิ่มไม่ได้อยู่แล้วค่ะ (ที่เพื่อนๆบอกว่ามันสะสมแต้มให้แทน ไม่รู้จริงป่าว) ดังนั้น ถ้าเราวาง strategy ดีๆ (ตรงไหน?) เลือกสอยเฉพาะเล่มที่มันลด 20 ปูเซ็งหรือเล่มที่เล็งว่าร้านอื่นไม่มีหรือราคาถูกกว่าเห็นๆ ถ้าเป็นคนซื้อหนังสือที่เข้าร้านโน้นออกร้านนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำบัตรคิโนะฯค่ะ ผลัดไปอุดหนุนร้านอื่นๆที่เป็นสมาชิกอยู่บ้างเพื่อให้เงินหมุนเวียน...ก็ดีเหมือนกันนะคะ confused smile

แค่สองเซนต์ของข้าพเจ้าจ๊ะ

#5 By vendetta on 2007-12-11 00:00

เรื่องส่วนลดคิโนะนี่ ยืนยันตามคุณ BeeJang ครับ ซื้อให้เกินห้าพันก็คุ้มแล้วครับ

แต่แหม... ซื้อเยอะขนาดนั้น เขาน่าจะเอาบัตรสมาชิกใส่พานถวายให้ฟรีนะเนี่ย ลูกค้าชั้นยอดขนาดนี้.... ^^"

ส่วนเรื่องเด็ก ป.3 ไม่รู้หนังสือห้าหมื่นคนนี่... นับเฉพาะในเขตกรุงเทพฯเหรอครับ ถ้าใช่นี่ก็น่ากลัวจริงๆครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะระบบการสอนที่หละหลวม ไม่มีสอบตก ปล่อยให้เด็กตกเกณฑ์ผ่านชั้นขึ้นไปได้ตลอดรึเปล่า

สำหรับ TOEFL นี่ ผมไปสอบมาได้ปีนึงแล้วครับ จำได้ว่าได้หัวข้อผลดีผลเสียของพืช GMO (อันนี้เป็นแบบให้สรุปใจความจากบทความที่ให้อ่านประกอบกับเลคเชอร์ที่ให้ฟัง) กับอีกอันนึงคือ ให้แสดงความคิดเห็นเรื่องการที่วัยรุ่นในปัจจุบันไม่ค่อยอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคม ตอนนั้นยังเขียนไม่ค่อยเป็น เขียนไม่ทันไปข้อนึง writing เลยได้มาแค่ 20 คะแนนเองครับ ^^" ส่วนของ GMAT นี่จะเขียนยากกว่าของ TOEFL ครับ ที่ผมเจอ มีข้อนึงให้เราแสดงจุดยืนจากประโยคที่ว่า "ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าแต่ก่อน" ซึ่งเราต้องยกตัวอย่างสนับสนุนเหตุผลของเราด้วย ส่วนอีกอันนึง เราต้องจับผิดข้อสรุปที่ได้จากการสังเกตการณ์หรือผลการวิจัย ชี้ถึงช่องโหว่ในการให้เหตุผล พร้อมทั้งยกตัวอย่างหักล้าง และเสนอแนวทางในการปรับปรุงข้อสรุปของโจทย์ให้น่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยครับ

#6 By Kharl on 2007-12-12 01:41

หนังสือดีๆต้องหาอ่าน!!

(แม่; หนังสือเรียนล่ะลูกกกกกกกกกกกกก)

แต่ไม่ว่ายังไงก็น่าอ่านนี่นาาาาcry

songsage View my profile