ลองทำข้อสอบของเด็กม.6ออสเตรเลียดูไหม?
posted on 18 Apr 2012 12:32 by songsage(หยาบคายเป็นจุดๆเพื่อความขำและเข้าใจง่าย ขออภัย)
((ไม่ได้พิมพ์ภาษาไทยยาวๆแบบนี้มานานมาก พิมพ์ผิดต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า ได้โปรดทักถ้วงติติง))
อ่านแล้วของขึ้นเพราะเห็นด้วย(ใช้คำถูกหรือเปล่านะ) รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ก่อนหน้านี้ก็เห็นว่ามีข่าวรัฐมนตรียื่นขอโครงการหมื่นล้าน แต่เขียนproposalมาสามแผ่นแบบกากๆ คิดแล้วก็ลุกขึ้นมาเขียน เรื่องที่อยากเขียนตั้งแต่จบม.หกyear 12 ใหม่ๆ เกี่ยวกับการไม่สอนให้คิด ของการศึกษาไทย
ตอนท้ายเราเลยแอบเขียนข้อสอบไว้พาร์ทนึง ถ้าเมืองไทยออกข้อสอบแบบนี้จะทำได้ไหม ลองดูๆ
อยากเอามาให้ทุกคนดูว่า ที่อื่นเค้าเรียนกันยังไง
จะเปรียบเทียบวิชาประวัติศาสตร์ ที่สอนที่เมืองไทย-ออสเตรเลีย
จะเปรียบเทียบการเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่สอนที่เมืองไทย-ญี่ปุ่น
ก่อนอื่นขอเริ่มด้วย Australia
จะเปรียบการศึกษาระหว่างสองประเทศได้อย่างไร เราคิดว่า ต้องเอา “การสอบเข้ามหาลัย” มาเป็นตัวเปรียบเทียบ การเข้ามหาลัยเนี่ย มันเหมือนกับการเล่นเกมโชว์แล้วได้ไปต่ออะ ถึงจะยังเถียงกันอยู่ว่าจะเรียนเพื่อความรู้หรือจะเรียนเพื่อการสอบ แต่สุดท้ายแล้วการสอบเข้ามหาลัยเป็นตัววัดที่สำคัญของชีวิต เพราะว่าเข้ามหาลัยได้แล้วมันมีโอกาสที่จะมีเงินเดือนสูงขึ้น อนาคตสูงขึ้นอะจริงป่ะ (อันนี้โดยทั่วไปนะ ไม่นับตอนเศรษฐกิจตกต่ำหรืออะไร) คือมันแน่นอนอยู่แล้วว่าใครๆก็อยากไปต่อ คำถามคือ รัฐอยากให้คนที่มี “ความรู้” เกี่ยวกับอะไร และ มี “ทักษะ” แบบไหนได้ไปต่อล่ะ?
จะเปรียบการศึกษาระหว่างสองประเทศได้อย่างไร เราคิดว่า ต้องเอา “การสอบเข้ามหาลัย” มาเป็นตัวเปรียบเทียบ การเข้ามหาลัยเนี่ย มันเหมือนกับการเล่นเกมโชว์แล้วได้ไปต่ออะ ถึงจะยังเถียงกันอยู่ว่าจะเรียนเพื่อความรู้หรือจะเรียนเพื่อการสอบ แต่สุดท้ายแล้วการสอบเข้ามหาลัยเป็นตัววัดที่สำคัญของชีวิต เพราะว่าเข้ามหาลัยได้แล้วมันมีโอกาสที่จะมีเงินเดือนสูงขึ้น อนาคตสูงขึ้นอะจริงป่ะ (อันนี้โดยทั่วไปนะ ไม่นับตอนเศรษฐกิจตกต่ำหรืออะไร) คือมันแน่นอนอยู่แล้วว่าใครๆก็อยากไปต่อ คำถามคือ รัฐอยากให้คนที่มี “ความรู้” เกี่ยวกับอะไร และ มี “ทักษะ” แบบไหนได้ไปต่อล่ะ?
จะตอบคำถามก็ต้องไปดูที่ข้อสอบเนี่ยแหละ ในข้อสอบ ถ้าใครทำถูก ได้คะแนน ก็จะเป็นการวัดว่า มีทักษะนั้นใช่ไหมล่ะ
ตอนเรียนม.สี่เราก็เหมือนคนอื่นที่อยากเข้าจุฬา ธรรมศาสตร์ เราก็ไปเรียนติว ทำให้รู้ว่า ข้อสอบกลาง เค้าอยากได้อะไร เค้าออกข้อสอบแบบไหน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ไปเรียนม.ปลายที่ออสเตรเลีย ข้อสอบตอนจบของเค้าก็มาจากส่วนกลางเหมือนกัน การออกข้อสอบซับซ้อนกว่ามาก วิธีการวัดก็ซับซ้อนกว่าของไทย อดทนกับเราหน่อยนะ
เราเรียนที่Melbourne รัฐ Victoria ถ้าจะสอบเข้ามหาลัยก็ต้องสอบ VCE (Victorian Certificate of Education) มันจะวัดม.5 กับม.6 (Year 11 12) วิชาที่เลือกก็ เลือกเองเลย (แต่ก็แล้วแต่ว่าโรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะมีวิชาให้เลือกเปล่า)เราเลือก History, Media, English as Second Language, Applied Mathematics, Studio Arts วิชาที่จะเอามาเปรียบเทียบจะเป็นHistory เราคิดว่าHistoryเนี่ย มันเห็นชัดเลยว่ารัฐอยากได้คนที่มีความรู้และทักษะแบบไหน
History วิชาประวัติศาสตร์ ที่โรงเรียนสอน รัสเซีย กับ จีน Historyอันอื่นที่เค้าให้เลือกสอบกัน(คือถ้าโรงเรียนอื่นมันofferอะนะ)ก็มี History: 20th Century History History: Australian History, History: Rennaisance History, History: Revolutions แต่ที่โรงเรียนเราเลือกสอนRevolutions การปฏิวัติ ถ้าถามว่าทำไม เราคิดว่า ถ้านักเรียนตอบคำถามในข้อสอบต่อไปนี้ได้ มันจะแสดงให้เห็นว่า
1. นักเรียนเนี่ย มองโลกได้หลายได้ คือมองเหตุการณ์หนึ่งมีหลายแง่มุม ไม่ใช่ว่า เหมาเจ๋อตุง ผิดตลอด หรือ เลนินถูกเสมอ มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า หลังจากเรียน และสอบVCEไปแล้ว นักเรียนไม่ได้มองโลกอย่างซื่อๆ แต่มองโลกแบบตริตรอง
2. นักเรียนสามารถมองtextที่อ่าน แล้วดูรู้ว่า คนเขียนคิดแบบไหน จริงๆแล้วหนังสือเรียนมันก็เขียนไปตามtime line ว่าปีนี้เกิดอะไร อะไรเกิดก่อนเกิดหลัง แต่ถ้ามองดีๆจะเห็นว่า คนเขียนทุกคนมีประเด็น มีความคิดเห็นอยู่ในข้อความทุกข้อความ มันจะมีคำถามที่ให้อ่านบทความสั้นๆ ที่คนเขียนเกี่ยวกับการปฏิวัติรัสเซีย หรือการปฏิวัติจีน แล้วนักเรียนต้องอ่านแล้วเขียนตอบว่า ไอ้คนเขียนนี้มันอยู่ฝั่งไหน (บางทีมันก็ไม่ชัดว่าแบบ ข้าเกลียดเลนิน ข้าเกลียดเหมา แต่มันจะออกแนวแบบ คนเขียนคนนี้ชอบเหมาเจ๋อตุงนะ แต่มันผิดหวังกับระบบนี้ๆ เป็นต้น) จุดนี้ถ้าจะพูดให้เข้าใจ สมมติว่าให้อ่านข่าวนี้ โดยไม่บอกว่าใครเขียน มาจากสำนักข่าวไหน (อันนี้เราเอามาจากข่าวจริง ถ้าใครอ่านไปเจอก็ฮ่าๆโชคดีไป) นักเรียนที่เรียนวิชานี้เล้วสอบVCE อ่านปุ๊บจะเข้าใจทันทีว่า คนเขียนอยู่ฝ่ายไหน สีอะไร และสามารถคิดไปได้ถึงขั้นว่าน่าจะเป็นสำนักข่าวไหนชื่ออะไร พร้อมบอกเหตุผลได้ ถ้าถามว่าทักษะแบบนี้มีดีตรงไหน มันไม่ใช่ทักษะที่ยัดเยียดว่าคนๆนี้สีนั้นสีนี้นะ แต่มันเป็นทักษะที่ช่วยให้เราเป็นคนฉลาด ทันคน ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่คล้อยตามไปกับข้อความง่ายๆเพราะเรารู้ว่าคนเขียนพยายามจะให้เราเชื่อแบบไหน
3. นักเรียนสามารถโยงเอาความรู้จากท่ีอ่านเอามาใช้ได้ เช่น เห็นภาพโฆษณาชวนเชื่อ แล้วนึกย้อนกลับไปว่า อ๋อ นี่สตาลินกำลังพยายามลดอำนาจทรอตสกี้เพราะมันทะเลาะกันปีนี้ๆ มันเลยออกรูปแล้วลบทรอตสกี้แม่งเลย เป็นต้น
4. นักเรียนสามารถมองภาพรวมได้ว่า สุดท้ายแล้ว อีที่ปฏิวัติกันไปเนี่ย ได้อะไรกันมาแดกมั่ง ใครได้ใครเสียยังไง ให้ดูหนังสือเรียนก่อน จริงๆมีอีกเล่มด้วยแต่ว่าสุดท้ายก็เลือกขนกลับมาแค่สองเล่ม
ทั้งสองเล่มครอบคลุมการปฏิวัติรัสเซีย เรียงตามลำดับเหตุการณ์
ทั้งสองเล่มครอบคลุมการปฏิวัติรัสเซีย เรียงตามลำดับเหตุการณ์
การสอบVCE จะแบ่งเป็น ข้อสอบในโรงเรียน(เหมือนข้อสอบที่อาจารย์จัด นึกง่ายๆก็ให้นึกว่าอาจารย์ที่โรงเรียนให้การบ้าน แล้วเอาการบ้านมาเป็นเกรดแล้วกัน) กับข้อสอบมาจากข้างนอกโรงเรียน(ก็ให้นึกว่าเป็นข้อสอบกลางแล้วกัน จริงๆไม่ต้องนึกอะ ก็ข้อสอบกลางนั่นแหละ)เอามาจากแบบฝึกหัด
อ่านแล้วอาจจะตกใจว่า เฮ้ยไม่รู้เรื่อง อันนี้ใจเย็นๆ คือถ้าไม่ได้เรียนมาพร้อมกันก็คงตอบไม่ได้ แต่ว่าอยากให้อ่านคร่าวๆดูว่า โจทย์เค้าให้หาอะไร อยากได้คำตอบแบบไหน คำตอบนี้ดีอย่างไร
- จงอธิบายว่า คนในชนชั้นกรรมาชีพและคนในชนชั้นชาวนามีบทบาทอย่างไรต่อการปฎิวัติรัสเซียปี1905 - 1907
- กลุ่มชนชั้นกรรมาชีพในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถูกกดดันโดยสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นในปี1904-1905 พวกเขาร่วมประท้วงใน วันอาทิตย์ทมิฬ ด้วยความหวังว่าจะเรียกร้องให้ซาร์สของรัสเซียช่วยบรรเทาความยากลำบากที่พวกเขาเผชิญ การนัดหยุดงานของคนงานกระตุ้นให้เกิดการปฎิวัติตอนที่เหล่าคนงานถูกยิงองครักษ์ประจำพระราชวังฤดูหนาวของซาร์สนิโคลัส เหล่าคนงานตกเป็นเหยื่อของความไร้สมรรถภาพของพระเจ้าซาร์สนิโคลัสซึ่งพระองค์ไม่สามารถปฎิรูปรัสเซีย ทั้งยังไม่สามารถเข้าใจถึงความยากลำบากของประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว[ในหมู่ประชาชน]จึงเกิดความคิดที่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องกำเนิตมาจากเบื้องล่าง(โดยการปฎิวัติ) ไม่ใช่จากเบื้องบน(จากซาร์ส) การสังหารหมู่ที่เหมืองทองLenaในปี1915ยิ่งส่งเสริมแนวคิดนี้ [เป็นเหตุการณ์ที่ทหารของพระเจ้าซาร์สสังหารหมู่คนงานเหมือง] การบังคับเกณท์ทหาร(โดยพระเจ้าซาร์ส)เพื่อไปสู้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำให้ชาวนาไม่มีคนมากพอที่จะทำนา บทบาทของชาวนาในฐานะทหารเกณท์ที่ไม่ได้อยากถูกเกณท์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่รัสเซียนั้นขาดขวัญกำลังใจ และ แพ้สงครามในที่สุด
อาจารย์เขียนตอบกลับมาว่า - จริงๆโจทย์อยากรู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยคนงานและชาวนารับรู้ถึงแนวคิดของการปฏิวัติแค่ไหน - เขียนดีแล้วแต่น่าจะเขียนถึงปัญหาที่คนงานเจอสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เช่น การปันส่วนอาหาร การตกงาน เงินเฟ้อ
ให้เขียนนี่เป็นการวัดความรู้ว่า อ่านมาแล้วเข้าใจแค่ไหน ถ้าอ่านเข้าใจแค่ปีว่าเกิดอะไรขึ้นจะอ่านไปทำด๋อยอะไร ต้องเข้าใจว่ากลุ่มแต่ละกลุ่มมีความสำคัญต่อภาพใหญ่อย่างไร ส่วนใหญ่คำถามแรกจะถามเป็น ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนและเหตุการณ์ ถ้าเป็นของการปฏิวัติฝรั่งเศสจะเป็น “จงอธิบายบทบาทของประชาชนในการปฏิวัติฝรั่งเศส” ถ้าเป็นการปฏิวัติจีนจะเป็น “จงอธิบายบทบาทของพรรคก๊กมินตั๋งต่อการปฎิวัติจีน1927”
ถ้าตอบไม่เหมือนเราก็ได้นะจริงๆ เพราะว่าแต่ละคนก็มองไม่เหมือนกัน คำถามนี้ ตราบใดที่ยังสามารถโชว์ได้ว่า
1.ข้ารู้จักเหตุการณ์นี้
2.ข้ารู้จักว่ากลุ่มนั้นๆมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์นี้ยังไง
ข้อสอบจริง จะเปลี่ยนตัวละคร คือ แทนที่จะให้บอกบทบาทของคนงานกับชาวนาอาจจะเปลี่ยนเป็นให้บอกบทบาทของทหาร หรือบทบาทของรัสปูติน เป็นต้น
ทีนี้ อยากให้ลองทำดูบ้าง ให้เป็นประวัติศาสตร์ไทย :) ไม่งงแน่นอน
คำถามที่1 จงอธิบายบทบาทของเทมาเส็ก ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารปี2549
สั้นๆก็ได้ ยาวๆก็ได้ แต่อันนี้น่าจะเขียนได้กันทุกคน แล้วก็อย่างที่เห็น straight forward อธิบายมาว่ามันเป็นยังไง คือมันอาจจะไม่ได้ลิงค์มาโดยตรงแต่ถ้ามันอธิบายได้มันก็แสดงให้เห็นว่าเรารู้เรื่องน่ะ ลองเขียนเป็นข้อๆดอทพ้อยท์ก็ได้ ก่อนอื่นอ่านที่เราเขียนนะ
เทมาเส็กเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ ซื้อหุ้นของชินคอร์ปไปเป็นจำนวนมาก(ถ้าจำตัวเลขหรือสัดส่วนแล้วเขียนลงไปจะดูเท่ แต่ถ้าจำไม่ได้เค้าก็ไม่ตัดคะแนนอะไร เค้าวัดกันที่ความเข้าใจ) ซึ่งทางฝั่งพันธมิตรและหลายฝ่ายเคยออกมาบอกว่า ชินคอร์ปเนี่ยอาจจะมีความลับทางการทหารของไทยอยู่ ทำให้การขายบริษัทชินคอร์ปส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการขายที่มีเงินจำนวนมากและฝ่ายพันธมิตรได้ออกมาท้วงติงว่าเป็นการขายบริษัทอย่างหนีภาษี นายทักษิณมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดอย่างมากต่อชินคอร์ป พอชินคอร์ปทำอย่างนี้ไปแล้วประชาชนจึงเกิดความไม่พอใจและเกิดความคลางแคลงใจในตัวนายทักษิณ ทำให้รัฐประหารล้มล้างทักษิณในปี2549นั้นมีผู้สนับสนุน ทั้งนี้เกิดมาจากความไม่ไว้วางใจสืบเนื่องมาจากการขายชินคอร์ปให้เทมาเส็กนั่นเอง
ตรงนี้แนวคิด หรือความเห็นอาจจะไม่ตรงกัน ลองอ่านอีกแบบนึง
เทมาเส็กเป็นกองทุนสำหรับการลงทุนของสิงคโปร์ ได้ซื้อชินคอร์ปไปในราคาXบาท กลุ่มพันธมิตรนำโดยนายสนธิซึ่งไม่พอใจในตัวนายกทักษิณอยู่แล้วได้โยงบริษัทชินคอร์ปเข้ากับทักษิณ กล่าวหาว่าขายไปโดยไม่ได้จ่ายภาษี ทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆในขณะนั้น แต่ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรได้ใช้การขายบริษัทชินคอร์ปให้เทมาเส็กในการเร้าอารมณ์ผู้ชุมนุม กลุ่มคนที่ต่อต้านทักษิณต่างเชื่อว่านายกทักษิณนั้นกำลัง “ขายชาติ” และมารวมตัวกันเพื่อกดดันให้นายกทักษิณลาออก กลุ่มพันธมิตรใช้การขายหุ้นเป็นข้ออ้างในการเรียกร้องรัฐประหาร ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ได้รับตามที่ขอ
ไม่รู้พอจะเห็นความแตกต่างไหมอะ คือ อันล่างเนี่ย อ่านดูก็จะรู้สึกว่า คนเขียนแม่งไม่ชอบเสื้อเหลือง จริงจัง (ก็เล่นใช้คำว่า“นายสนธิซึ่งไม่พอใจในตัวนายกทักษิณอยู่แล้ว” “ได้กล่าวหาว่า”มันก็คือ ข้างบนกับข้างล่างเห็นพ้องไม่ตรงกันว่าทักษิณผิดจริงเปล่า แต่ว่า ทั้งคู่ได้โชว์ว่าตัวข้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นดี ก็จะได้คะแนนเท่ากัน ไม่ว่าจะแบบไหน
ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมเขียนอะไรก็ได้ เราคิดว่า มันสำคัญนะ ที่จะมีความเห็นที่แตกต่าง เพราะว่าสุดท้ายในอนาคต ใครจะผิดหรือถูก เรายังไม่รู้ตอนนี้ ถึงแม้ว่าสำหรับบางคนมันจะเห็นกันสุดๆว่า กร่า ทักษิณแมร่งเลว แต่ว่าถ้าไปบังคับว่า ต้องเชื่อแบบนี้ๆๆๆ ในกรณีอื่นๆ ความจริงมันอาจจะหายไปเลยก็ได้นะ คิดซะว่าเป็นการเปิดให้มีความจริงหลายๆแบบได้วนเวียนอยู่ เผื่อว่าอันไหนจะถูก ดีไหมคือตรงนี้เค้าไม่ได้วัดว่านักเรียนรู้หรือเปล่าว่าทักษิณผิด (หรือรู้หรือเปล่าว่าเลนินน่ะผิด) แต่นักเรียนรู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น กลุ่มคนAเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์Bอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้ว การจะตัดสินฟันธงเปรี้ยงว่าอันนี้สีขาว อันนี้สีดำน่ะ นอกจากจะเป็นการมองโลกที่โง่เหี้ยๆแล้ว ยังอันตรายมากอีกด้วย
อีกอย่าง ถ้าจะถามเป็นปรนัย เป็นกากบาท มันทำได้ แต่ว่ามันมีปัญหาสองข้อ
1. มันยัดเยียดความเห็นของคนถามจริงไหมล่ะ เพราะมันมีถูกได้แค่ข้อเดียว มันแฟร์ตรงไหนอะ ถ้าเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์เค้าก็จะบอกว่า บทบาทของเทมาเส็กของการขายหุ้นไม่เกี่ยวเลยกับการรัฐประหาร (พยายามไม่โยงนึกออกป่ะ) ซึ่งเราก็รู้กันว่าไม่จริง ถึงเทมาเส็กจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันสุดริด แต่ก็ไม่ได้ไม่มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงไหม
2. คนไทยชอบหาทางง่ายๆ ถ้ากลัวว่าจะไปยัดเยียดคนอื่นเขา ก็จะถามได้แค่ผิวเผิน พยายามลองคิดคำถามที่ไม่ยัดเยียด มันก็จะได้คำถามที่มึงไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรเลย จะกลายเป็นคำถามประเภท
รัฐประหาร2549เกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ ก. ข. ค.
(แล้วจะรู้ไปทำหอกอะไรแค่วันที่ รู้แค่วันที่แล้วมันบอกได้ไหมว่าไอ้นี่มันได้รับรู้ความเป็นไปของโลกไหม แค่รู้แค่วันที่มันได้หอกอะไรไม่ทราบ? จริงไหม)
เพราะอย่างนี้ถึงได้ชอบให้จำกัน เพราะความขี้เกียจของคนออกและความไม่ยอมคิด
เอะ เขียนไปเขียนมาของขึ้นอีก 5555
มีที่คิดไว้อีก
คำถามที่2 จงอธิบายบทบาทของแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
อันนี้น่าจะได้คะแนนดีถ้าแสดงให้คนตรวจเห็นว่าข้าไม่ได้มองว่าแท็กซี่คือแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์คือมอเตอร์ไซค์ แต่สามารถมองเห็นได้ว่าแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์นั้นคือคนต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพ ซึ่งจุดยืนของคนต่างจังหวัดในกรุงเทพจะเป็นแบบextremeถ้าไม่แดงก็เหลืองไปเลย ถ้าเขียนว่ามอเตอร์ไซค์และแท็กซี่เป็นกลุ่มที่รับฟังข่าวสารตลอดเวลา (มอเตอร์ไซค์ว่างก็อ่านหนังสือพิมพ์ แท็กซี่ก็ฟังวิทยุตลอดเวลา) ทำให้เป็นกลุ่มที่มีความเป็นการเมืองอยู่มาก ถ้าเค้ารักใครชอบใครแล้วเค้าจะชอบจริงจัง แล้วถ้าเขียนโยงเข้ากับการปิดถนนโดยเสื้อแดงมันก็จะแสดงให้เห็นว่านักเรียนได้ติดตามอ่านและคิดตามไปจริง
คำถามที่3 จงอธิบายบทบาทของพรรคประชาธิปปัตย์ในการรัฐประหารปี2549
คำตอบก็จะออกแนวว่า ประชาธิปปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้านที่อยู่ตรงข้ามทักษิณมาตลอด ถึงแม้ทักษิณจะไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสแต่พรรคประชาธิปปัตย์ก็ไม่สามารถแสดงพลังที่จะเป็นผู้นำมากพอที่จะนำพรรคเอาชนะพรรคไทยรักไทย ทักษิณไม่สามารถทำให้คนเสื้อเหลืองซึ่งเป็นชนชั้นกลางจำนวนมากไว้ใจได้ พรรคประชาธิปปัตย์เองก็ไม่สามารถทำให้ชนชั้นกรรมาชีพ หรือชาวนาไว้ใจในตัวพรรคได้ เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปปัตย์ไม่ได้รับความนิยมเท่าพรรคไทยรักไทย ความไร้สมรรถภาพของพรรคประชาธิปปัตย์ในฐานะพรรคฝ่ายค้านทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่อิหลั่กอิเหลื่อ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการรัฐประหาร
คำถามที่4 จงอธิบายบทบาทของชนชั้นกลางในการรัฐประหารปี2549
←เอะ อันนี้มันก็กว้างไปหน่อย คำตอบก็จะออกแนวว่า ชนชั้นกลางบางคนก็เข้ากลุ่มไปกับคนเสื้อเหลืองออกมาส่งสัญญาณว่าทักษิณนั้นไม่มีความสามารถในการบริหารประเทศไปแล้ว ชนชั้นกลางบางคนก็ไปอยู่กับเสื้อแดง บางกลุ่มก็ไม่เอาทั้งสองฝ่าย เขียนให้หลากหลาย55 คือเข้าใจนะว่ามันยังไม่มีข้อสรุป เออ แต่ถ้าเขียนแล้วโชว์ให้ดูว่า มันเป็นไปได้ว่าทฤษฎีที่1 ชนชั้นกลางเป็นแบบนี้ ทฤษฎีที่2 ชนชั้นกลางเป็นอีกแบบนึง มันจะดูดีมาก เพราะว่าเราแสดงให้คนตรวจดูว่าเฮ้ยกูอ่านมาเยอะนะ แล้วกูก็ไม่ได้อ่านแต่ที่สีเหลืองตีพิมพ์ หรือที่สีแดงทีพิมพ์ด้วย กรณีตากใบในปี2547 ส่งผลอย่างไรต่อความนิยมในตัวนายกทักษิณ ชินวัตร
คำถามที่5 จงอธิบายบทบาทของกัมพูชาต่อวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
อันนี้ลองเขียนเป็นข้อๆ
- กรณีเขาพระวิหาร ที่นายสมัคร สุนทรเวชเซ็นไป ทางพันธมิตรเอาจุดนี้ยกขึ้นมาโจมตีรัฐบาลได้สมัคร ทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจในตัวรัฐบาลนาย สุนทรเวชมากยิ่งกว่าเดิม พันธมิตรสามารถเอากรณีเขาพระวิหารมาดึงดูดใจคนให้เข้าร่วมกับตนได้มากขึ้น
- กรณีความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณ ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน ในความใกล้ชิดกันนี้ทำให้เกิดควาไม่พอใจในหมู่คนรักชาติ มีความรู้สึกว่าทักษิณนั้นไปเข้าพวกกับชาวต่างชาติ ทำนองนี้
- มันมีอีกแต่ตอนนี้นึกไม่ออก ใครมีอะไรอีกจัดเลย
คำถามที่สองก็เป็นแนวเดียวกัน วัดความรู้ แต่แทนที่จะเป็นตัวบุคคลอย่างจริงจัง จะเป็นแนว เหตุการณ์หนึ่ง เกี่ยวข้องกับอีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างไร
- การที่พระเจ้าซาร์สนิโคลัสที่สองนำทัพด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างไรต่อการก้าวไปสู่การปฏิวัติของรัสเซีย
- การที่พระเจ้าซาร์สนิโคลัสที่สองนำทัพด้วยตนเองนั้นหมายความว่าพระองค์ได้ไปนำเอาอำนาจในการจัดการกองทัพมาจากลูกพี่ลูกน้องของพระองค์ [ชื่อนายพล] Nicholevichซึ่งเป็นนายพลที่มากความสามารถและมีชื่อเสียง การกระทำนี้ได้สร้างความไม่พอใจในหมู่กองทัพ นอกจากนี้แล้ว รัสเซียก็แพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้สถานะของซาร์สตกต่ำลงเมื่อทุกคนมองว่าพระองค์เป็นต้นเหตุที่ทำให้รัสเซียแพ้ พระองค์ทิ้งเปโตกราด(อีกชื่อว่าเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก)ไว้กับพระราชินีอเล็กซานดร้า(และรัสปูติน) ในขณะนั้นรัสเซียกำลังสู้อยู่กับเยอรมัน พระราชินีอเล็กซานดร้าถูกมองอย่างเคลือบแคลงเนื่องจากพระองค์เป็นชาวเยอรมันโดยกำเนิด สิ่งนี้ทำให้ทุกชนชั้นในรัสเซียไม่ไว้ใจราชวงศ์อีกต่อไป เหนือไปกว่านั้นพระเจ้าซาร์สนิโคลัสทิ้งพระราชินีไว้กับรัสปูติน ซึ่งในขณะนั้นมีข่าวลือหนาหูว่ารัสปูตินเป็นชู้กับพระนาง ทำให้ประชาชนยิ่งไม่พอใจ ชนชั้นขุนนางก็เกลียดรัสปูติน และพวกขุนนางก็ค่อยๆเอาใจออกห่างจากพระเจ้าซาร์ส
อันนี้น่าจะมีเขียนสรุปว่า "พอกองทัพไม่สนับสนุนพระเจ้าซาร์ส และพอขุนนางไม่สนับสนุนพระเจ้าซาร์ส ทำให้การปฏิวัติรัสเซียเป็นไปได้ เมื่อไม่มีใครสนับสนุนอำนาจเดิม(หมายถึงพระเจ้าซาร์ส) อีกต่อไป" แต่ไม่มีเลยได้แค่8/10
คำถามที่6 จงอธิบายว่ากรณีตากใบ2547นั้นส่งผลอย่างไรต่อความนิยมในตัวนายกทักษิณ ชินวัตร
อันนี้ก็จะเป็นแนวที่บอกว่า ทักษิณรับมือกับตากใบไม่ได้เรื่องเลย มีคนตายแต่ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีความกระจ่างออกมาจากเหตุการณ์นี้ทั้งๆที่มันควรจะมีคนตรวจสอบ ทำให้ประชาชนยิ่งหวั่นใจกับทักษิณ องค์กรระหว่างประเทศก็บอกว่าทักษิณละเมิดสิทธิมนุษยชน(แหงอะ คนตายนะ) ตากใบทำให้เห็นว่า ทักษิณไม่แคร์คนที่ไม่ได้โวตให้ตัวเอง (คือคนใต้เค้าชอบโวตให้พรรคประชาธิปปัตย์มานานนม) เป็นสัญญาณกลายๆว่าถ้าเอ็งไม่ได้เลือกข้า และข้าไม่ชอบ ข้าก็ไม่อยากจะช่วยเอ็ง ตากใบนั้นยิ่งย้ำให้พันธมิตรเชื่อยิ่งกว่าเดิมว่าทักษิณนั้นเหี้ย และควรจะลาออกอย่างยิ่งยวด ทำนองนี้
คำถามที่7 จงอธิบายว่าการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ2551ส่งผลอย่างไรต่อวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
ก็จะเป็นแนวว่าเรียกร้องรุนแรงขึ้น เรียกความสนใจได้จากทั่วโลก (ให้หันมากดดันนายสมชายด้วย?) - อีกอย่างก็คือ ปิดสนามบินเนี่ยทำให้หลายคนเลิกสนับสนุนพันธมิตรไปเลย ทั้งตัวสมาชิกโดยตรงเอง และตัวคนที่ยอมอยู่ห่างๆ- ทำให้เสื้อแดงออกมาบ้าง เสื้อเหลืองเป็นตัวอย่างให้เสื้อแดงทำตาม - ถ้าจัดให้ว่าเอาสนามบินเป็นตัวประกันแล้วศาลยอมdisqualifyนายสมชาย ข้าจะให้pointเพิ่ม ก๊ากกกกก- ใครคิดอะไรได้อีก หรือคิดแนวอื่นได้อีกไหม
นี่ข้อสอบเพิ่งผ่านไปPart A ยังมีPart B อีกที่ยังไม่ได้จัด ฮ่าๆ Part B สนุกกว่ามาก ไว้จะมาเล่าต่อ ตอนนี้ลองเขียนๆตอบๆดูดีไหม
คำถามที่1 จงอธิบายบทบาทของเทมาเส็ก ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารปี2549
คำถามที่2 จงอธิบายบทบาทของแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
คำถามที่3 จงอธิบายบทบาทของพรรคประชาธิปปัตย์ในการรัฐประหารปี2549
คำถามที่4 จงอธิบายบทบาทของชนชั้นกลางในการรัฐประหารปี2549
คำถามที่5 จงอธิบายบทบาทของกัมพูชาต่อวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
คำถามที่6 จงอธิบายว่ากรณีตากใบ2547นั้นส่งผลอย่างไรต่อความนิยมในตัวนายกทักษิณ ชินวัตร
คำถามที่7 จงอธิบายว่าการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ2551ส่งผลอย่างไรต่อวิกฤติทางการเมืองของประเทศไทย2548-2553
คำถามสำคัญที่สุด อันนี้ ข่าวสำนักไหน ห้ามใช้google 555




